posttoday

หุ้นสหรัฐนิวไฮ! Nasdaq ทะลุ 24,000 จุด S&P 500 ออลไทม์ไฮ ล้างแผลสงคราม 45 วัน นักลงทุนแห่กลับเข้าเทค

16 เมษายน 2569

วอลล์สตรีทกลับมาแรงเกินต้านหลังสงครามตะวันออกกลางฉุดลงต่อเนื่องกว่า 45 วัน ล่าสุด Nasdaq ปิดที่ 24,016 จุด และ S&P 500 ปิดนิวไฮที่ 7,022.95 จุด ฟื้นคืนความเสียหายตั้งแต่ต้นปีได้ทั้งหมด ท่ามกลางความหวังการเจรจา สหรัฐ–อิหร่าน ผสานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่งเกินคาด

KEY

POINTS

  • วอลล์สตรีทกลับมาแรงเกินต้านหลังสงครามตะวันออกกลางฉุดลงต่อเนื่องกว่า 45 วัน
  • ล่าสุด Nasdaq ปิดที่ 24,016 จุด และ S&P 500 ปิดนิวไฮที่ 7,022.95 จุด ฟื้นคืนความเสียหายตั้งแต่ต้นปีได้ทั้งหมด
  • ท่ามกลางความหวังการเจรจา สหรัฐ–อิหร่าน ผสานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่งเกินคาด

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า Nasdaq และ S&P 500 ทำสถิติสูงสุด (All Time High) !!! กลับเป็นปกติ ... หลังจากถูกสงครามกดทับมา 45 วัน

วันนี้ 15 เมษายน 2569 ดัชนีหุ้นสหรัฐ 

  • Nasdaq ขึ้นไปแตะ 24,026.56 จุด เป็นการขึ้นสูงกว่า 24,000 จุดเป็นครั้งที่สาม ทำสถิติสูงสุด เทียบกับเดิมที่เคยไปแตะระดับ 24,019.99 เมื่อ 29 ตุลาคม 2568
  • S&P 500 ไปแตะระดับ 7,026.24 จุด สามารถขึ้นไปสูงกว่า 7,000 จุดอีกครั้งทำสถิติสูงสุด เทียบกับเดิมที่เคยไปแตะระดับ 7,002.28 เมื่อ 28 มกราคม 2569

ทั้งหมด ทำให้ที่เคยตกลงไปตั้งแต่ต้นปีและเร่งตกหลังจากสงครามกลับคืนมาทั้งหมดเรียบร้อย !!!

ทั้งที่ ในกลุ่ม Magnificent Seven หรือ 7 นางฟ้าจะมีเพียง 3 ใน 7 คือ Amazon, Google, Nvidia ที่ใกล้จุดสูงสุดเดิม

ส่วน Microsoft, Tesla, Meta, Apple ยังคงติดลบอยู่ โดยเทียบกับจุดที่เคยสูงสุด

  • Microsoft -24%
  • Tesla -20%
  • Meta -15%
  • Apple -7%

ส่วนหนึ่งดัชนีหลักทรัพย์สหรัฐสามารถกลับมาได้ เป็นผลมาจาก

  1. นักลงทุนคาดหวังว่าการเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐจะมีความคืบหน้า
  2. ความคาดหวังในผลประกอบการของบริษัทต่างๆ

ทั้งหมด จะส่งผลต่อกำลังซื้อในสหรัฐช่วยลดผลกระทบจากสงครามต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ซึ่งล่าสุดทาง IMF ประเมินไว้ ในกรณีฐาน (Base Case) ว่าจะกระทบสหรัฐไม่มาก จากเดิมปี 2569 คาดว่าจะโต 2.4% ลดลง -0.1% เหลือ 2.3% ส่วนปี 2570 คาดว่าจะโต 2.1% เพิ่มจากเดิม 2.0%

หากเป็นเช่นนี้สำหรับท่าน President Trump เมื่อหุ้นสามารถขึ้นกลับคืนมา ก็จะสามารถรอได้เพราะปกติแล้ว สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีติดตามใกล้ชิดก็คงเป็นดัชนีหลักทรัพย์เหล่านี้ที่เมื่อตกมากมาก ก็จะชะลอการทำมาตรการต่างๆ ออกไป

มาตามดูกันครับว่า..โลกจะหมุนไปอย่างไร การเจรจาจะเกิดขึ้น และสำเร็จตามที่ทุกคนคาดหวังหรือไม่.

ข่าวล่าสุด

ไทยติดท็อป 3 เอเชีย คนทำงานมีความสุข แซงสิงคโปร์ Gen Z หมดไฟ