ก.ล.ต. สอบเชิงลึกกองทุน CAI ขายหุ้น BCPG ยึดกฎหมายเคร่งครัด
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบรายงานเชิงลึก CAI ขายหุ้น BCPG ตามเบาะแสเพื่อให้มั่นใจว่าถูกต้อง หากพบข้อมูลผิดพร้อมดำเนินตามกฎหมายเคร่งครัด ยันทำงานโปร่งใสเท่าเทียม
KEY
POINTS
- กองทุน Capital Asia Investments (CAI) ขายหุ้น BCPG จำนวน 57 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนการถือครองลดลงเหลือ 4.5947%
- ก.ล.ต. กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกเกี่ยวกับการขายหุ้นครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลที่รายงาน
- ก.ล.ต. ยืนยันว่าจะยึดมั่นในกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
จากกรณีการเคลื่อนไหวของหุ้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ที่กลายเป็นจุดสนใจของนักลงทุน ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกมาให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ของกองทุน Capital Asia Investments (CAI) พร้อมย้ำชัดถึงกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
เปิดรายละเอียดรายการขายหุ้น
ข้อมูลจากแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 CAI ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้น BCPG จำนวน 57,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.9026% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด
การทำรายการในครั้งนี้ส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นของ CAI เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
- ก่อนการจำหน่าย ถือหุ้นจำนวน 194,649,100 หุ้น (คิดเป็น 6.4974%)
- หลังการจำหน่าย คงเหลือหุ้นจำนวน 137,649,100 หุ้น (คิดเป็น 4.5947%)
บทบาท ก.ล.ต. ในการการตรวจสอบเชิงลึก
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ชี้แจงว่า แม้ทาง CAI จะได้ยื่นแบบรายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 ภายในระยะเวลาที่กำหนดและเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. แล้ว แต่ทางสำนักงานฯ ยังไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อสังเกตของสาธารณชนเกี่ยวกับความถูกต้องของการรายงานและการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
ในขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังดำเนินการ “ตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก” โดยนำข้อมูลจากเบาะแสที่ได้รับมาประกอบการพิจารณา เพื่อพิสูจน์ว่ารายงานดังกล่าวนั้นมีความครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งหากมีการรายงานที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ก.ล.ต. จะเร่งดำเนินการติดตามให้มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนและดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป
ยึดมั่นความโปร่งใสและกระบวนการทางกฎหมาย
ก.ล.ต. ยึดหลักการการดำเนินการอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย (Due process of Law) รวมทั้งมีกระบวนการทำงานตามแนวทางธรรมาภิบาลในทุกระดับ ทั้งระดับคณะกรรมการและระดับสำนักงาน โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการทำงานในระดับสำนักงานได้ ซึ่งรวมถึงกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย
ทั้งนี้ ในระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. จะดำเนินการในทางลับและไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ จึงจะมีการเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป
การเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย โดยมุ่งเน้นที่การตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลงทุนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นธรรมที่สุดตามกฎหมายหลักทรัพย์


