posttoday

ส่อง 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง ต่อผลกระทบเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นไทย

06 มีนาคม 2569

เจาะ 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลางกระทบไทยปี 69 กรณีฐานคาด GDP โต 1.8% เป้าดัชนีหุ้นไทย 1,560 จุด แต่หากรุนแรงสุดอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ เศรษฐกิจไทย ติดลบ 0.9% ฉุด SET แตะ 1,160 จุด

KEY

POINTS

  • เจาะ 3 ฉากทัศน์ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่ผลกระทบจำกัดไปจนถึงขั้นวิกฤตพลังงานโลก
  • กรณีฐาน (Base-case) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงสุด คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายใน 6 สัปดาห์ ส่งผลกระทบจำกัด ทำให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ 1.8% และเป้าหมายดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1,560 จุด
  • หากสถานการณ์รุนแรงและยืดเยื้อ (Worst case) อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 189 ดอลลาร์ฯ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย (GDP -0.9%) และดัชนีหุ้นอาจร่วงลงไปที่ระดับ 1,160 จุด

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง บล.บัวหลวง ได้วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยปี 2569 โดยแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) ตั้งแต่กรณีที่สถานการณ์คลี่คลายเร็วไปจนถึงขั้นวิกฤตพลังงานโลก 

ฉากทัศน์ที่ 1: กรณีฐาน (Base-case) – ผลกระทบจำกัดและชั่วคราว

ในฉากทัศน์ที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดนี้ ประเมินว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทยจะยังคงอยู่ในวงจำกัด โดยมีลักษณะเป็นผลกระทบด้านความเชื่อมั่น (Sentiment) ของภาคธุรกิจและนักลงทุนในระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจริง

  • พลังงาน: ราคาน้ำมันดิบอาจปรับเพิ่มขึ้นชั่วคราวประมาณ 15-20% ไปแตะระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วง 4 สัปดาห์แรก ก่อนจะทยอยกลับสู่ระดับปกติที่เฉลี่ย 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • เศรษฐกิจ: คาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขยายตัวได้ที่ 1.8% โดยภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย
  • ตลาดหุ้น: เป้าหมายดัชนี SET อยู่ที่ 1,560 จุด ด้วยกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 93.5 (เติบโต 2.2% จากปีก่อน) โดยมองว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย SET จะฟื้นตัวสู่ขาขึ้นได้จากแรงหนุนของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ

ฉากทัศน์ที่ 2: กรณีรุนแรงและยืดเยื้อ (Worse case) – เริ่มกระทบต้นทุนการผลิต

หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 6 สัปดาห์ และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซในระยะสั้นไม่เกิน 1 เดือน แต่ยังไม่กระทบถึงระดับน้ำมันสำรองทั่วโลก จะเริ่มส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนขึ้น

  • พลังงานและเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอาจพุ่งสูงถึง 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเวลานานราว 3 เดือน ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น จากการนำเข้าพลังงานที่มีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเพิ่มขึ้นราว 0.9% จากกรณีฐาน เป็น 1.0% ในปี 2569
  • เศรษฐกิจ: GDP ไทยอาจขยายตัวลดลงเหลือเพียง 1.2% (ลดลง 0.6% จากกรณีฐาน) เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญอาจชะลอการเดินทาง
  • ตลาดหุ้น: กำไรต่อหุ้นของ SET หดตัวลง 1.4% จากปีก่อน เหลือ 90.2 และมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลดลงไปที่เป้าหมาย 1,340 จุด

ส่อง 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง ต่อผลกระทบเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นไทย

ฉากทัศน์ที่ 3: กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst case) – ภาวะช็อกด้านพลังงาน

ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือยืดเยื้อเกิน 6 สัปดาห์ และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซนานกว่า 1 เดือน จนกระทบต่อปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศผู้บริโภคทั่วโลก จะนำไปสู่ภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน (Energy Shock) อย่างรุนแรง

  • พลังงานและเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันดิบโลกอาจยืนสูงถึง 189 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเวลาราว 3 เดือน แรงกดดันด้านราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 สูงขึ้นราว 3.0% จากกรณีฐาน
  • เศรษฐกิจ: นอกจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงแล้ว ความไม่แน่นอนนี้จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากยุโรปชะลอการเดินทาง ซึ่งจะซ้ำเติมภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างหนัก ส่งผลให้ GDP ไทย อาจหดตัว 0.9% (ลดลง 2.7% จากกรณีฐาน) สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยระดับไม่รุนแรง (Mild Recession)
  • ตลาดหุ้น: กำไรต่อหุ้นของ SET อาจถูกกดดันให้หดตัวลงถึง 9.1% จากปีก่อน เหลือเพียง 83.2 โดยดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงไปลึกถึง 1,160 จุด

กลยุทธ์การลงทุนภายใต้เงื่อนไขกรณีฐาน

สำหรับนักลงทุนที่มองสถานการณ์ตามกรณีฐาน (Scenario 1) บล.บัวหลวง แนะนำให้สะสมหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับฐาน โดยเน้นหุ้น 4 กลุ่มหลักที่มีความแข็งแกร่ง ดังนี้

1. กลุ่มที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและได้ประโยชน์จากการบริโภค แนะนำ CPN และ CPALL
2. กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง แนะนำ TIDLOR
3. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจดิจิทัล (Data Center) แนะนำ GULF
4. กลุ่มหุ้นปันผลสูง แนะนำ SCB และ KTB

แม้ความเสี่ยงในตะวันออกกลางจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่หากสถานการณ์ยังคงอยู่ในวงจำกัดตามกรณีฐาน ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ตามการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามระดับราคาน้ำมันและสถานะของช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนฉากทัศน์ไปสู่ระดับที่รุนแรงขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

SET ปิดลบ -6.92 จุด ขายลดเสี่ยง สงครามกดดันตลาด-ยางพารา โรงกลั่น ดาวเทียม เด่นสวนตลาด