JUBILE ไม่ถอย! ฝ่าเศรษฐกิจซบ งัด Data พลิกเกมตลาดเพชร ดันยอดขายปี69 โต 10%
"อัญรัตน์ พรประกฤต" ซีอีโอ JUBILE ยืดอกรับเศรษฐกิจชะลอกระทบกำลังซื้อกลุ่มกลาง-ล่าง แต่ใช้กลยุทธ์ Data เจาะลูกค้าศักยภาพ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่กระตุ้นตลาด ตั้งเป้าปี 2569 โตไม่น้อยกว่า 10% ย้ำฐานะการเงินแกร่ง เดินหน้าพาแบรนด์ไทยสู่ปีที่ 100
KEY
POINTS
- "อัญรัตน์ พรประกฤต" ซีอีโอ JUBILE ยืดอกรับเศรษฐกิจชะลอกระทบกำลังซื้อกลุ่มกลาง-ล่าง แต่ใช้กลยุทธ์ Data เจาะลูกค้าศักยภาพ
- พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่กระตุ้นตลาด ตั้งเป้าปี 2569 โตไม่น้อยกว่า 10%
- ย้ำฐานะการเงินแกร่ง เดินหน้าพาแบรนด์ไทยสู่ปีที่ 100
ในวันที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยแรงกระแทกจากสงคราม ความผันผวน และกำลังซื้อที่หดตัว ธุรกิจจำนวนไม่น้อยกำลังตั้งรับอย่างระมัดระวัง
แต่สำหรับแบรนด์เพชรเก่าแก่ 97 ปี อย่าง "บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE)" กลับเลือกเดินเกมรุกท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ
ด้วยการพลิกกลยุทธ์สู่ Data-Driven เจาะลูกค้าที่มีกำลังซื้อ เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ และขยายสินค้าเข้าถึงคนรุ่นใหม่ หวังรักษาการเติบโตในปี 2569
กลยุทธ์ดังกล่าวเห็นผลในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา แต่จะประสบความสำเร็จในปี 2569 ได้หรือไม่ ?
ในงาน Opportunity Day นั้น "โพสต์ทูเดย์" ได้สอบถาม นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE ถึงแผนรับมือในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และสงครามยืดเยื้อปี 2569
โดย "อัญรัตน์" ยอมรับว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่าง บริษัทจึงใช้กลยุทธ์การทำงานบนฐานข้อมูล (Data) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและปรับผลิตภัณฑ์รวมถึงกิจกรรมการตลาดให้เหมาะสม
นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐจะช่วยกระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบและเพิ่มกำลังซื้อได้ในอนาคต
จากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ทำให้เห็นทิศทางบวกที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง ดังนั้นในปี 2569 จึงตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 10% แม้จะยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อการจับจ่ายของลูกค้าในระยะสั้น
โดยยอดขายในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งในไตรมาส 4/68 ยอดขายส่วนใหญ่ประมาณ 90% มาจากหน้าร้าน (Store Sales) และอีกประมาณ 10-12% มาจากการจัดกิจกรรมอีเวนต์
และด้วยภาวะสงครามที่เหนือความคาดหมาย บริษัทจึงต้องเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดเพิ่มเติม
อีกทั้ง ในปี 2569 นี้ เป็นปีม้า บริษัทจึงเปิดตัว "The Grand Monage Collection" แรงบันดาลใจจากพลังความเจริญรุ่งเรือง โดยมีจุดเด่นที่นวัตกรรมการออกแบบให้เครื่องประดับชิ้นเดียวสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เช่น สร้อยคอที่ถอดส่วนประกอบออกมาเป็นเข็มกลัดได้
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับ Popmart ในคอลเลกชัน Sweet Bean "The Language of Love" เพื่อขยายฐานลูกค้าในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายเริ่มต้นเพียง 3,900 บาท โดยเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และ Marketplace พร้อมทั้งคอลเลกชันดอกไม้ที่ใช้เพชรน้ำ 100 และการเจียรนัยระดับ Triple Excellence ที่ได้รับใบรับรองจาก GIA ทุกเม็ด
ยืนยันการเงินแกร่ง-ก้าวสู่แบรนด์ 100 ปี
เมื่อถามถึงสถานะการเงินปี 2569 และแผนบริหารจัดการการเงินนั้น "อัญรัตน์" ยืนยันสถานะทางการเงินแข็งแกร่งและมั่นคงมาก มีสินทรัพย์รวมกว่า 2,200 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสดและเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท
อีกทั้งบริษัทบริหารจัดการเงินทุนด้วยความระมัดระวังภายใต้ความเสี่ยงที่น้อยที่สุดเพื่อให้พร้อมสำหรับการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจให้เติบโต
และอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าสนใจคือ การที่ Jubilee Diamond ได้รับเลือกให้เป็นกรณีศึกษา (Case Study) สำหรับนักศึกษา MBA ของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Kellogg School of Management (KLS) โดยกลุ่มนักศึกษาจะเดินทางมาเยี่ยมชมบริษัทในเดือนมีนาคมนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจในฐานะแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เมื่อถามถึงภาพธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร ?
"อัญรัตน์" ยอมรับว่าหลังจากมีการปรับโครงสร้างและปรับรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ในปีที่ผ่านมา บริษัทเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น และจะมีการเพิ่มรูปแบบธุรกิจหรือสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในอุตสาหกรรมอัญมณีของไทย
แผนงานในระยะใกล้นี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว Pop-up Store ใหม่ภายใต้ชื่อ "Jubilee of Siam" ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
"บริษัทยังมุ่งมั่นที่จะนำแบรนด์ไทยเติบโตสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคง โดยปัจจุบันบริษัทมีอายุครบ 97 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ในไม่ช้า"
อย่างไรก็ดี คำถามเกี่ยวกับราคาทองคำพุ่งสูงส่งผลต่อผู้บริโภคเพชรหรือไม่, ตลาดเพชรปี 69 เติบโตมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับปี 68 พร้อมมุมมองต่อคำพูดที่ว่า "เพชร" สู้ "ทอง" ไม่ได้คิดเห็นอย่างไรนั้น ทาง "คุณอัญรัตน์" ไม่ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด.


