BDMS มีลูกค้าตะวันออกกลางแค่ 4% สงครามยืดเยื้อ 1 เดือน ฉุดรายได้แค่ 0.3%
BDMS ยืนยันยังไร้ผลกระทบสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้มีลูกค้าตะวันออกกลางแค่ 4% หากยืดเยื้อนาน 1 เดือน กระทบรายได้แค่ 0.3% ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 2-4% วางกลยุทธ์รองรับเติบโตระยะยาว โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 24 บาท
KEY
POINTS
- BDMS มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าในตะวันออกกลางเพียง 4% ของรายได้รวม
- บริษัทประเมินว่าหากสงครามยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการเดินทางนาน 1 เดือน จะกระทบรายได้เพียง 0.3%
- สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อการยกเลิกหรือเลื่อนนัดของลูกค้า และบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 2-4% จากลูกค้ากลุ่มอื่น พร้อมวางกลยุทธ์รองรับเติบโตระยะยาว
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจของบริษัทในปี 2569 รวมถึงแนวโน้มในอนาคต ผ่านกิจกรรม OPPDAY ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 5 มี.ค.2569
นางสาวอรรจยา อินทรประสงค์ Head of Investor Relations บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าต่างชาติของบริษัท โดยยังไม่มีการยกเลิก (cancel) หรือเลื่อนการตัดสินใจใด ๆ จากลูกค้า
“สัดส่วนคนไข้จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 4% ของรายได้ รพ. หากปิดน่านฟ้าทั้งหมดคนไข้ไม่สามารถเข้าไทยได้นาน 1 เดือน จะกระทบเพียงประมาณ 0.3% ของรายได้ รพ. อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นางสาวอรรจยา กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและการเติบโต เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักมีความหลากหลาย ทั้งลูกค้าชาวไทย ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย รวมถึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 2-4% จากปีก่อน โดยมาจากการเติบโตของคนไข้ในประเทศราว 1-3% คนไข้ต่างชาติ 5-7%
นอกจากนี้ บริษัทยังวางกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Aging Population หรือสังคมผู้สูงอายุ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทให้มีความมั่นคงต่อไปในอนาคต
บล.เอเซีย พลัส ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 6% เหลือ 16,555 ล้านบาท เติบโต 4.5% จากปีก่อน ภายใต้สมมติฐานรายได้ รพ.ที่ 110,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากปีก่อน ซึ่งยังอยู่ในกรอบคาดการณ์ของผู้บริหารที่ประเมินว่ารายได้ทั้งปีจะขยายตัวเพียง 2-4% จากปีก่อน
สำหรับไตรมาส 1/2569 คาดกำไรปกติจะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เดือน ม.ค. ที่ขยายตัวเพียง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติ แต่ผู้ป่วยไทยยังทรงตัว จากเศรษฐกิจที่อ่อนแรง ประกอบกับฐานโรคระบาดเดือน ก.พ. ที่สูงในปีก่อน และฝุ่น PM 2.5 ที่ลดลง
นอกจากนี้ ช่วงเดือนรอมฎอน และความตึงเครียดในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ดีเทียบผลประกอบการจากไตรมาสก่อน คาดกำไรฟื้นตัวจากฐานไตรมาส 4/2568 ที่ต่ำ และการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยพยุงความสามารถในการทำกำไรให้ดีขึ้นได้ ฝ่ายวิจัยปรับราคาเหมาะสมปี 2569 อิง DCF ใหม่ อยู่ที่ 24.00 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”


