เบทาโกร โชว์งบปี 68 กำไรพุ่ง 171% แตะ 6,684.6 ล้าน แจกปันผล 1.50 บาท
เบทาโกร โชว์งบปี 68 กำไรสุทธิ 6,684.6 ล้านบาท พุ่ง 171% รับมาร์จิ้นเติบโต-การปรับพอร์ต หนุนผลตอบแทนแกร่ง เคาะปันผล 1.50 บาท/หุ้น ขึ้น XD 10 มี.ค.69
KEY
POINTS
- เบทาโกร (BTG) ประกาศผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 6,684.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 171% จากปีก่อนหน้า
- การเติบโตของกำไรเป็นผลมาจากการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง และการขยายตัวของรายได้จากช่องทาง Foodservice, โมเดิร์นเทรด และตลาดต่างประเทศ
- คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 10 มี.ค.2569
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.0% จาก 2,466.2 ล้านบาท ในปีก่อน และรายได้รวมเติบโต 7.0% เป็น 122,950.3 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.9% จาก 13.5% ของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการปรับพอร์ตสินค้าให้ทำกำไรได้มากขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น โดยจ่ายจากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการจากผลการดำเนินงานปี 2568 และกำไรสะสม ซึ่งเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ในอัตรา 1.24 บาทต่อหุ้น และจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในอัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น
บริษัทกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 มีนาคม 25698 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เพื่อจ่ายเงินปันผลในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ สิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่วัดผลได้ชัดเจน โดยเราสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้มากขึ้น สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มคุณภาพพอร์ตสินค้าได้ดีขึ้น เป้าหมายของเรายังคงชัดเจน นั่นคือ การดำเนินงานตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น
การปรับพอร์ตสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
บริษัทยังคงเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทานเพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวและเพิ่มเสถียรภาพของกำไร
นอกจากนี้ ยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้จากกลุ่มลูกค้า Foodservice และโมเดิร์นเทรดเติบโต 19.5% จากปีก่อน โดยช่องทางเหล่านี้ให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าและมีความต้องการที่มั่นคงกว่า ซึ่งช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเติบโต 21.1% เทียบกับปีก่อน จากการรุกเจาะตลาดเชิงลึกและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 2.1% ในปีก่อน
การจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบ -เน้นผลตอบแทนเป็นหลัก
บริษัทเตรียมลงทุนต่อเนื่อง มูลค่า 5,300 ล้านบาท ในโครงการที่กำหนดไว้ตามแผน เพื่อเติบโตรายได้ ยกระดับผลิตภาพ และปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย โดยทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์ผลตอบแทนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีอัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRRs) ที่คาดหวังในระดับสองหลัก และมีระยะเวลาคืนทุนเป็นไปตามกรอบการลงทุนที่เข้มงวดของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทกำลังพิจารณาโอกาสการเติบโตจากภายนอกที่เหมาะสม (selective inorganic opportunities) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรและช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากดีลควบรวมกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์
ความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน
บริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับความสามารถในการทำกำไร เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“เรากำลังสร้างเบทาโกรให้แข็งแกร่งขึ้นและมียุทธศาสตร์มากขึ้น ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและวินัยทางการเงิน สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ การสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุน และการสร้างมูลค่าในระยะยาว” นายวสิษฐ กล่าว


