posttoday

รู้จัก "หุ้น ITC" ที่ "เจ้าสัวสารัชถ์" กอดหุ้นแน่น รับปันผลฉ่ำ 0.45 บาท

18 กุมภาพันธ์ 2569

อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม "ITC" โกยรายได้ปี 68 ทำได้ 18,223 ล้านบาท โชว์กำไรสุทธิหลังปรับปรุง 3,432 ล้านบาท เคาะจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอีก 0.45 บาทต่อหุ้น เดินหน้าบุกสหรัฐฯหนุนปี 2569 โตต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม "ITC" โกยรายได้ปี 68 ทำได้ 18,223 ล้านบาท โชว์กำไรสุทธิหลังปรับปรุง 3,432 ล้านบาท
  • เคาะจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอีก 0.45 บาทต่อหุ้น
  • เดินหน้าบุกสหรัฐฯหนุนปี 2569 โตต่อเนื่อง

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงถูกยกระดับจากการเป็นเพียง "เพื่อนแก้เหงา" สู่การเป็น "สมาชิกคนสำคัญในครอบครัว" ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตเพื่อให้อิ่มท้อง

แต่กำลังก้าวเข้าสู่มิติของ "นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและโภชนาการชั้นสูง" อย่างเต็มรูปแบบ

ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ "บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC" ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทดาวเด่นที่ "เจ้าสัวกลาง" สารัชถ์ รัตนาวะดี ถือหุ้นอันดับที่ 5 จำนวน 19,627,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.65% ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจไทยบนเวทีโลก

แม้ต้องเผชิญกับมรสุมทางเศรษฐกิจ ทั้งกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ และความผันผวนของค่าเงิน แต่ ITC กลับโชว์ฟอร์มเทพด้วยการโกยยอดขายในตลาดต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 อีก 0.45 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ทั้งปี 2568 จ่ายปันผลในอัตรา 0.85 บาทต่อหุ้น

รู้จัก "หุ้น ITC" ที่ "เจ้าสัวสารัชถ์" กอดหุ้นแน่น รับปันผลฉ่ำ 0.45 บาท

นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC กล่าวว่า ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของไอ-เทล และความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้าระดับโลก แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ แต่เรายังคงสามารถสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้เพิ่มขึ้นได้ 

"เราเชื่อมั่นว่าการขยายตลาดของเราในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chunk & Pâté จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งมากขึ้นในตลาดสหรัฐฯ อีกทั้งเรายังได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสสินค้าพรีเมียม โดยเฉพาะในกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มการเติบโตโดดเด่น สอดรับความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก"

ในไตรมาส 4/2568 ITC มียอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งของลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลก

โดยเมื่อเปรียบเทียบยอดขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐรายไตรมาสกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้านับตั้งแต่ปี 2566-2568 ITC มีการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนยอดขายในสกุลเงินบาท อยู่ที่ 4,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า 

ในไตรมาสนี้บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Chunk & Pâté จากพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในอนาคต

บริษัทมีกำไรขั้นต้นปรับปรุง 1,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับปรุงที่แข็งแกร่งที่ 26% ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 908 ล้านบาท  

ตลาดอเมริกาคิดเป็น 58% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2568 เติบโต 17.8% จากปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง การขยายไลน์สินค้า และแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในสินค้ากลุ่มพรีเมียมและ Private Label

รองลงมาคือเอเชียและโอเชียเนีย คิดเป็น 28% ของยอดขายทั้งหมด นำโดยญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ขณะที่ตลาดยุโรปคิดเป็น 14% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ ไอ-เทลได้ลูกค้าใหม่เพิ่มรวม 42 รายในปี 2568

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สินค้าใหม่ๆ และโภชนาการเพื่อสุขภาพ โดยยอดขายจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ราว 1,800 ล้านบาท สัดส่วนสินค้าพรีเมียมยังอยู่ในช่วงบนของกรอบเป้าหมายที่ 47–50% จากการเติบโตโดดเด่นของกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ปัจจุบันกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงคิดเป็น 16% ของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมด สะท้อนความต้องการของผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Products) ที่เติบโตทั่วโลก

รู้จัก "หุ้น ITC" ที่ "เจ้าสัวสารัชถ์" กอดหุ้นแน่น รับปันผลฉ่ำ 0.45 บาท

ทั้งนี้ ITC เดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ 5 แห่งของประเทศไทย เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง และสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าให้ 15% ของรายได้รวมในปี 2569 มาจากอาหารสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และโภชนาการเพื่อสุขภาพ

"ในปี 2569 เรายังคงมองเห็นแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเรายังคงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียม นวัตกรรมที่ตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง ด้วยแผนงานนวัตกรรมและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดสำคัญของเรา ทำให้ไอ-เทลสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ และขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง"

ข่าวล่าสุด

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง! “บอสมิน–บอสแซม” คดีดิไอคอน จ่อแจ้ง 5 ข้อหาหนัก