รายงานพิเศษ : ถอดสมการความรวย! จักรวรรดิปันผล 1.43 หมื่นล้าน บิ๊ก GULF กับขุมพลังจิ๊กซอว์ความมั่งคั่งระดับแสนล้าน
ฤดูเงินปันผลปีนี้ไม่มีใครร้อนแรงเท่าเจ้าพ่อ GULF "สารัชถ์ รัตนาวะดี" เมื่อกระแสเงินสดไหลเข้ากระเป๋ามหาศาลกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เบื้องหลังตัวเลขมหาศาล สะท้อนเกมวางหมากที่กินยาวทั้งประเทศ ผ่านไฟฟ้า โทรคมนาคม ธนาคาร และดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต
KEY
POINTS
- ฤดูเงินปันผลปีนี้ไม่มีใครร้อนแรงเท่าเจ้าพ่อ GULF "สารัชถ์ รัตนาวะดี" เมื่อกระแสเงินสดไหลเข้ากระเป๋ามหาศาลกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
- เบื้องหลังตัวเลขมหาศาล สะท้อนเกมวางหมากที่กินยาวทั้งประเทศ
- ผ่านไฟฟ้า โทรคมนาคม ธนาคาร และดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต
มหากาพย์ปันผลหมื่นล้าน อาณาจักร GULF กลายเป็นเครื่องผลิตเงินสด!
ในโลกของการลงทุน เมื่อเข็มนาฬิกาเดินเข้าสู่ "ฤดูจ่ายเงินปันผล" นาทีนี้คงไม่มีใครน่าอิจฉาไปกว่า "เสี่ยกลาง" สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย
ที่ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกัน 7 ปีซ้อน นับตั้งแต่พ.ศ. 2562 - 2568 ผู้ที่กำลังจะรับทรัพย์เข้ากระเป๋าในนามส่วนตัวรวมกันสูงถึง 14,348,999,523 บาท หรือหนึ่งหมื่นสี่พันล้านบาท!
GULF ขุมพลังหลักที่ส่งเงินหมื่นล้านเข้ากระเป๋า!
หัวใจสำคัญของความมั่งคั่งนี้มาจาก "บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF" ซึ่ง "สารัชถ์" ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 จำนวน 4,360,559,178 หุ้น คิดเป็น 29.19%
ในงวดปี 2568 นี้ GULF สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศจ่ายปันผลสูงถึง 3.25 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็น ปันผลปกติ 1.05 บาท และปันผลพิเศษอีก 2.20 บาท
โดยเงินจำนวนนี้มีที่มาจากการที่ GULF ส่งผ่านปันผลทั้งหมดที่ได้รับจาก ADVANC กลับมาคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นนั่นเอง เพียงแค่ถือหุ้น GULF ตัวเดียว "สารัชถ์" ก็เตรียมรับเงินโอนเข้าบัญชีสูงถึง 14,171,817,328 บาท
พอร์ตส่วนตัวที่กระจายไปทุกทิศทาง!
ความรวยของ "สารัชถ์" ไม่ได้หยุดแค่โรงไฟฟ้า แต่ยังกระจายการถือหุ้นส่วนตัวไปในอุตสาหกรรมที่มั่นคงอื่นๆ
- "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB" ทาง บล.เอเซียพลัส คาดจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 68 ในอัตราหุ้น 1.47 บาทต่อหุ้น Dividend Yield 4.7% คาดว่า "สารัชถ์" จะได้รับเงินปันผลอีกราว 168,350,000 บาท
- "บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC" ธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัทลูกของ "บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU" เสี่ยกลาง ถือหุ้น ITC อันดับที่ 5 จำนวน 19,627,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.65% บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) คาดจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี68 ที่ 0.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.7% นั่นหมายความว่า "สารัชถ์" จะได้รับเงินปันผลอีกราว 8,832,195 บาท
จักรวรรดิ GULF ผู้กุมชัยชนะ
หากมองลึกลงไปในตัวบริษัท GULF จะเห็น "ตาข่ายดักเงิน" ที่แผ่ขยายไปกว้างไกล
- "บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC หรือที่รู้จักในชื่อ AIS การเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็น 40.44% จำนวน 1,202,712,000 หุ้น กลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ดันกำไรของ GULF ให้พุ่งกระฉูด โดยกำไรหลักในไตรมาส 4/2568 โตขึ้นถึง 66% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- "ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK" ปัจจุบัน GULF ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ถือหุ้นจำนวน 235,805,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.03% บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) คาด KBANK จ่ายเงินปันผล 12 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 6.4% ต่อปี นั่นหมายความว่า หากเป็นจริงตามนั้น คาดว่า GULF จะได้รับเงินปันผลรวมสูงถึง 2,829,660,000 บาท
สิ่งที่ทำให้ความมั่งคั่งนี้ยั่งยืน คือการที่ "สารัชถ์" ไม่ได้หยุดแค่ธุรกิจไฟฟ้า แต่เขากำลังวางหมากในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง โทรคมนาคม, ธนาคาร, ดาวเทียม และที่สำคัญที่สุดคือ Data Center ที่กำลังได้รับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งจะกลายเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ในระยะยาว
ด้วยกำไรที่เร่งตัวขึ้นจากทั้งโครงการพลังงานลมในต่างประเทศ (Jackson) และโครงการพลังงานหมุนเวียนในไทย ทำให้นักวิเคราะห์ต่างปรับราคาเป้าหมายของ GULF ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่านี่คือกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในไทย
เงินปันผล 1.4 หมื่นล้านบาทของ "สารัชถ์" จึงไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจาก "ยุทธศาสตร์การวางตัว" ในทุกจุดยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ตื่นลืมตาใช้สัญญาณโทรศัพท์ ADVANC, กินข้าวอาศัยไฟ GULF
ขยายใหญ่จนถึงระดับดาต้าเซ็นเตอร์ ลากยาวธุรกิจศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ ไปจนถึงการทำธุรกรรมการเงิน KBANK หรือ KTB นี่คือต้นแบบของการสร้างอาณาจักรที่มั่นคงและมั่งคั่งอย่างแท้จริง.
ผ่ากำไร 3 ปีโตแข็งแกร่ง
เมื่อภาพปี 2568 เติบโตชัดเจนถึงเพียงนี้ แรงคาดหวังอนาคตในปี 2569 ย่อมเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนนักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินการเติบโตในอนาคตค่อนข้างดีอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจาก ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคจีไอ มีการปรับเพิ่มกำไรปี 2569–2571 และระยะยาวขึ้น 9–16% จากกำไร ADVANC แข็งแกร่งขึ้น ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายที่ 388 บาทต่อหุ้น จากเดิม 366 บาท, เพิ่มการถือหุ้นใน KBANK ขึ้นเป็น 10% จาก 4.5% บวกเงินปันผลจาก ADVANC จำนวน 3.29 หมื่นล้านบาท หรือ 2.20 บาทต่อหุ้น, ต้นทุนการเงินที่ลดลงจากประสิทธิภาพการรีไฟแนนซ์หนี้ และโครงการพลังงานหมุนเวียน COD เชิงรุก เพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ จากสมมติฐานเดิม
พร้อมยืนยันคำแนะนำ "ซื้อ" GULF และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 66.00 บาท จากเดิม 54.00 บาท คาดว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อ DPS ที่โดดเด่น ขณะที่ ปัจจัยพื้นฐานของ GULF แข็งแกร่งขึ้นเร็วกว่าคาด ในส่วนของการจัดสรรเงินทุนเชิงรุกในธุรกิจเชิงกลยุทธ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน ROE และเงินปันผล
ขณะที่ การวางตำแหน่งกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ดีก็มีศักยภาพเติบโตด้วย ได้แก่ กลุ่มไฟฟ้า โทรคมนาคม ธนาคาร ดาวเทียม และดาต้าเซ็นเตอร์ (DC) นอกจากนี้ กระแสเงินลงทุน DC ในประเทศไทยที่ได้แรงหนุนจาก BOI จะช่วยเสริมอุปสงค์ไฟฟ้าระยะยาว แม้ราคาหุ้นพุ่มขึ้นมาราว 50% YTD แล้วก็ตาม แต่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจยังมองเห็นจุดเข้าลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ.
ขณะที่ บล.เอเซียพลัส แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 71.25 บาท ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ขึ้น 7.4% และ 8.8% จากเดิมมาอยู่ที่ 3.4 และ 3.7 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการ ของ ADVANC ในช่วงก่อนหน้า
ภายใต้ประมาณการใหม่ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2569-2570 เพิ่มขึ้น 18.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) และ 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy)ตามลำดับ หนุนหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าที่คาดทยอย COD ตามแผน
ช่วงสั้นงวดไตรมาส 1/2569 คาดกำไรปกติเติบโตทำ New High ได้ต่อเนื่อง หนุนจากปริมาณขาย ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล และส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่คาด เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่ฤดูหนาว เช่นเดียวกับส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่คาดรายได้ จากการให้บริการเติบโต นอกจากนี้คาดค่าใช้จ่าย SG&A จะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "GULF" ปิดการซื้อขายวันนี้ (18 ก.พ. 2569) ที่ 59.75 บาท ลดลง -1.50 บาท คิดเป็น -2.45% มูลค่าการซื้อขาย 6,108.06 ล้านบาท ระหว่างวันราคาปรับขึ้นสูงสุด 61.50 บาท และลดลงต่ำสุด 59.25 บาท


