SET แกว่งขึ้นแต่เริ่มผันผวนในช่วงสั้น แนะ Selective Buy ชู WHA และ GPSC
InnovestX ชี้ SET แกว่งขึ้นแต่เริ่มผันผวนในช่วงสั้น หลังตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่ง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ WHA และ GPSC
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีทิศทางปรับตัวขึ้น แต่คาดว่าจะเริ่มมีความผันผวนมากขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวต้านที่ 1420/1430 จุด
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ "Selective Buy" หรือการเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีแนวโน้มกำไรเติบโตดี
- หุ้นเด่นที่แนะนำคือ WHA ซึ่งคาดว่ากำไรจะทำจุดสูงสุดใหม่ และ GPSC ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดปรับตัวขึ้นต่อ สัญญาณ Fund Flow ยังหนุน แต่การขึ้นคาดจะเริ่มเห็นความผันผวนที่มากขึ้นในช่วงใกล้แนวต้าน 1420/1430 ระยะสั้นตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่ง แม้ว่าระยะกลางมีโอกาสดีขึ้นจากเสถียรภาพการเมือง ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลข NFPs คืนนี้ที่เลื่อนมาจากวันศุกร์ หลังข้อมูลแรงงานที่ผ่านมาอ่อนแอทั้ง ADP Employment, JOLTS แม้คาดยังไม่เปลี่ยนมุมมองเฟดที่ยังคงดอกเบี้ย แต่หากตัวเลข ออกมาแย่จะช้าเดิมภาพเศรษฐกิจหลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ต่ำคาด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะตอบสนองเชิงบวก (Bullish) และมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1400 หลังผลคะแนนเลือกตั้งไทยอย่างไม่เป็นทางการพบว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งทำให้มีโอกาสสูงที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย
ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sectors, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงาน, ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10% YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผล สำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SETESG Rating A- AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไร ปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จาก นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จาก การหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่ แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไรไตรมาส 4./2568 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ WHA ปัจจัยกระตุ้นจากำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่คาดจะเติบโต YoY และ QoQ และคาดกำไรสุทธิปี 2568 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.05 พันล้านบาท หนุนจากยอดโอนที่ดินที่แข็งแกร่งและการขายสินทรัพย์แก่กองทรัสต์ ขณะที่ Backlog มีแนวโน้มเติบโตและมีโอกาสเพิ่มราคาขาย ด้านกำไรสุทธิปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่องเป้าหมายระยะสั้นที่ 3.88 บาท
GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลงกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 คาดจะเติบโต YoY และ QoQ หนุนจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงและกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุน และไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่มี Upside จากการทำ Asset Monetisation ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท


