SET พักตัว จับตาตะวันออกกลาง แนะเก็บหุ้นปันผล-กำไร Q4 โตเด่น
SET พักตัวรับแรงขายต่างชาติและเสี่ยงตะวันออกกลาง แนะเก็บหุ้นกำไร Q4 เด่น ปันผลคุณภาพ และกลุ่ม Election Rally มองกรอบ 1270-1360 จุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ PTT และ BJC
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) อยู่ในภาวะพักตัว โดยมีปัจจัยกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจรุนแรงขึ้น
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ "เลือกซื้อรายตัว" (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตท่ามกลางความผันผวน
- แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 4 จะเติบโตโดดเด่น และหุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดพักตัว นักลงทุนต่างชาติหยุดซื้อและกลับมามียอดขายสุทธิต่อเป็นวันที่ 3 กดดันจิตวิทยาเงินทุนไหลเข้า ปัจจัยภายนอก ตลาดมีโอกาสกลับไปสู่โหมด Risk-off หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรง หลังเรือรบสหรัฐฯ และเครื่องบินทยอยเดินทางมุ่งหน้าใกล้อิหร่าน ส่วนการประชุมเฟด ในสัปดาห์นี้คาดคงดอกเบี้ยและคาดเฟดยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสตลาดพักตัวต่อ แนวรับ 1300/1285 ไม่ควรหลุดหากพักสั้น แนวต้าน 1320/1330
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1270-1360 จุด ปัจจัยในประเทศ ติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง
ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ของ ปธน.ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากการปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งได้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. Trading Idea นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ (1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหนุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐาน ดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบนเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่ภาคจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ PTT ปัจจัยกระตุ้นจากโครงสร้างรายได้กระจายตัวในช่วงราคาน้ำมันผันผวน มีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการ ลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PE และ PBV 2569F ที่ 11.6 เท่าและ 0.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield > 6% เป้าหมายระยะสั้น 34.50 บาท
BJC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังราคาหุ้นฟื้นตัวจากความกังวลลดลงต่อ การเข้าซื้อ MMVN ในช่วงก่อน มีโอกาสเห็นกำไรส่วนต่างเพิ่มขึ้น 8-11% ต่อปี ด้าน Valuation น่าสนใจ ซื้อขายที่ PE 2569F ที่ 12 เท่า เทียบกับกลุ่มค้าปลีกที่ 14 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปี 2569 (ไม่รวม MMVN) คาดจะเติบโต 6.5% เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.60 บาท


