หุ้นโลกบวกยกแผง แม้ภูมิรัฐศาสตร์เดือด จับตาเลือกตั้งไทย-January Effect หนุน SET ปี69
โบรกชี้ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่เดินหน้าบวกตั้งแต่ต้นปี แม้สหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการต่อเวเนซุเอลา ดันหุ้นพลังงาน–ราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่การเลือกตั้งไทยปี 2569 และสถิติ January Effect อาจเป็นแรงส่งสำคัญให้ SET ฟื้นตัว ท่ามกลางความเสี่ยงการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังต้องจับตาใกล้ชิด
KEY
POINTS
- โบรกชี้ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่เดินหน้าบวกตั้งแต่ต้นปี
- แม้สหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการต่อเวเนซุเอลา ดันหุ้นพลังงาน–ราคาน้ำมันพุ่ง
- เลือกตั้งไทยปี 2569 และสถิติ January Effect อาจเป็นแรงส่งสำคัญให้ SET ฟื้นตัว ท่ามกลางความเสี่ยงการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์
สายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น YTD อาทิสหรัฐฯ (ดัชนี S&P500)0.8%, ยุโรป +2.3%, ญี่ปุ่น +3.0%, จีน +1.4%, ไทย +1.6% แม้จะมีความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ปฏิบัติการจู่โจมจับผู้นำเวเนซุเอลา
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่าจะเข้าบริหารประเทศและควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีจำนวนสูงถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน) โดยเสนอแผนให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯเข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมในเวเนซุเอลา
ขณะที่วานนี้หุ้นกลุ่มน้ำมันในสหรัฐฯ ดีดตัวราว +2.7% ส่วนราคาน้ำมันดิบ BRENT ขยับขึ้นราว +1.7% ยืนเหนือ 61.8 ดอลลาร์/บาร์เรล
อย่างไรก็ดีในระยะถัดไปอาจต้องระวังการขยายวงกว้างของความขัดแย้งระหว่างประเทศไปยังคิวบา, โคลอมเบีย,กรีนแลนด์ซึ่งมีโอกาสจะเป็นความเสี่ยงต่อจุดจบของพันธมิตร NATO
อีกประเด็นหนึ่งคือ สหรัฐฯ มีรายงานดัชนี ISM MANUFACTURING PMI ในเดือน ธ.ค. 68 ลดลงเหลือ 47.9จุด ต่ำกว่าคาด 48.4 จุด สะท้อนภาคการผลิตยังอยู่ในโซนหดตัว (PMI < 50) ซึ่งต้นเหตุหลักๆ เป็นเพราะสินค้าคงคลังลดลงเร็ว แต่อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกของการกระตุ้นคำสั่งซื้อในอนาคต ขณะที่ดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็น 44.9 (จาก 44.0) สะท้อนความเชื่อมั่นในภาคการผลิต
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. สถิติย้อนหลังในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ VALUATION ของดัชนี HSTECH มี FORWARD P/E ที่ระดับ (-1SD) ซึ่งมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี NASDAQ และ TWSE ที่มีการซื้อขายที่ FORWARD P/E (+1S.D)
การเลือกตั้งปี 2569 จะส่งผลต่อ SET อย่างไร
ช่วงเวลาสำคัญเตรียมมาถึงสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ที่จะมีการเลือกตั้งในช่วง1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะมีดีเบตใหญ่ (NATION DEBATE) วันที่ 17 ม.ค. 69 ซึ่งอยู่ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งพอดีโดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุดชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยมักจะตอบรับเชิงบวกในช่วงเลือกตั้งทั้งก่อนและหลัง
- ก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์: เป็นช่วงที่หุ้นขึ้นแรงที่สุด (เฉลี่ย +2.09%) มีโอกาสขึ้นถึง 83%
- หลังเลือกตั้ง 1 เดือน: หุ้นมักจะปรับตัวขึ้นต่อ (เฉลี่ย +2.58%)
โดยหากอ้างอิงจากเว็บพนันถูกกฎหมายในสหรัฐฯอย่าง POLYMARKET มีการเดาผลว่าใครจะชนะเลือกตั้ง(จำนวน ส.ส.มากสุด) ได้แก่ พรรคประชาชน เป็นเต็ง 1 ที่จะกวาดที่นั่ง ส.ส. มากที่สุด (โอกาส 70%) ทิ้งห่างภูมิใจไทย (27%) และเพื่อไทย (3.9%) แต่ถ้าดูตัวบุคคลว่าใครจะได้เป็นนายกฯ กลับกลายเป็น "อนุทิน ชาญวีรกูล" ที่เป็นเต็ง 1 (โอกาส 58%) ในขณะที่ ณัฐพงษ์ (พรรคประชาชน) มีโอกาสเพียง 31% นั้นมีความหมายแฝงว่า ข้อมูลนี้สะท้อนภาพการเมืองแบบ "พรรคชนะอันดับ 1 อาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งหรือไม่"
สรุป หากพรรคประชาชนชนะถล่มทลาย (LANDSLIDE) แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล อาจเกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือการประท้วง ซึ่งเป็น DOWNSIDE RISK ต่อตลาดหุ้นหลังเลือกตั้งได้ แต่ถ้าขั้วรัฐบาลเดิม (นำโดยภูมิใจไทย/เพื่อไทย) รวมกันติดและจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็ว ตลาดหุ้นมักชอบเสถียรภาพ (STABILITY) มากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกขั้ว ซึ่งสอดคล้องกับสถิติที่หุ้นมักบวกต่อหลังเลือกตั้ง 1 เดือน
คาดหวัง JANUARY EFFECT ปี 2569
เห็นสัญญาณ JANUARY EFFECT เริ่มวันแรกของปี ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2.4 พันล้านบาท (MTD) สูงสุดในกลุ่ม TIP และมูลค่าซื้อขาย SET เร่งขึ้นมาเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 เดือนกว่าๆ
คาดหวังตลาดหุ้นไทยในปี 2569 จะเกิด JANUARY EFFECT ได้ ด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- ไม่มี VOLUME ขาย LTF แรงๆ เหมือนเดือน ม.ค. 25 กว่า 3.1 หมื่นล้านบาท และยอดคงค้าง LTF ล่าสุด ณ พ.ย. อยู่ที่ 1.02 แสนล้านบาท จากปลายปี 2025 ที่ 2.2 แสนล้านบาท
- แนวโน้มกำไรงวด 4Q68 มีโอกาสฟื้นจากฐานที่ต่ำ +80%-90%YOY โดยงวด 4Q68 SET INDEX กำไรเพียง 1.3 แสนล้านบาท (ต่ำกว่าฐานปกติที่ 2.5 แสนล้านบาทมาก ส่วนใหญ่มาจากการตั้งด้อยค่าจากรายการพิเศษ) แต่ปีนี้กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาในระดับปกติ อีกทั้งงวด 4Q69 อาจมีกำไรจากหุ้น THAI เข้ามาหนุนเพิ่มได้ราวๆ 8 –9 พันล้านบาท (ค่าเฉลี่ย 3 ไตรมาสที่ผ่านมา) หนุนให้ TRAILING P/E ลดลงได้ราว 1 เท่า
- เกิด ELECTION RALLY เดือนนี้พอดีซึ่งตามสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า SET INDEX บวก 2.1% ก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ และบวกต่อ 2.6% หลังเลือกตั้ง 1 เดือน และปัจจุบันยังเห็นรายการต่างๆ จัดดีเบตพรรคการเมืองช่วงโค้งสุดท้าย 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งพอดี
แนะนำหุ้นใหญ่ดัก FLOW คือ PTT, PTTEP, BDMS, TTB, ADVANC, TRUE, TOP, AOT ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนฯ อาจกดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกผันผวน และบางส่วนหลบเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย อย่าง ทองคำ, เงิน หรือหุ้นที่ผันผวนต่ำมีปันผลสูง
ส่วนตลาดหุ้นไทยปี 2568 ลดลง -10% และเป็นการลดลงถึง 10 ใน 11 ดัชนี มีเพียง SETHD ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 3.9% และ OUTPERFORM กว่าดัชนีอื่นๆ ทุกระยะ
สถานะการณ์แบบนี้ หุ้นต่างประเทศแนะนำ HEDGING PORTFOLIO ช่วงสั้น ด้วย GOLD (DR: GOLD19), SILVER, ETF อาวุธ ITA US
สำหรับหุ้นไทย แนะนำสะสมหุ้นปันผลสูง BBL, ICHI, MAJOR, PTTEP และหุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว TASCO, CRC, HMPRO, BCH, CHG เป็นต้น


