
SET แกว่งตัวใซด์เวย์ ในประเทศขาดปัจจัยใหม่หนุน-รอตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ
SET แกว่งตัวใซด์เวย์ ปัจจัยในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่ ๆ หนุน ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร สหรัฐฯ คืนนึ้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ DELTA และ TU
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทย (SET) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ (ไซด์เวย์) เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ
- ปัจจัยในประเทศยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ
- นักลงทุนกำลังรอการประกาศตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัวใซด์เวย์/รอเบรก ปัจจัยในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่ๆ หนุน รอความชัดเจนเรื่องภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ที่อาจลดลง ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิต่อ ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ NFPS ที่จะออกมาในคืนนี้ ซึ่งจะมีผลต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด หากภาคแรงงานแย่จะหนุนเฟดลดดอกเบี้ย ในขณะที่ตัวเลข PCE สหรัฐฯ จะรายงานในสัปดาห์หน้า ทางเทคนิค แกว่งในกรอบหากหลุดต่ำกว่า 1263 จะ กลับมาลงรอบใหม่ หากยืนเหนือ 1280 ได้มีช่วงรีบาวด์ต่อ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวหรือแกว่งตัวลง หลังตลาดเริ่มขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยทางเทคนิคหลังดัชนีหลุดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1285 ทำให้มี โอกาสแกร่งลงไปที่บริเวณ 1265/1240
ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสัน แม้คาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการ บจ. ไทยโดยรวม
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ FOMC Minutes, ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญทั้งภาคแรงงาน NFPS และภาคเงินเฟ้อ PCE CPI หากหน่วยงานราชการกลับมาเปิด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buv" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาดไตรมาส 4/2568 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BCPG BEM BGRIM PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดียิ่งมี SET ESG Ratings A-AAA เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และเราแนะนำ Outperform ได้แก่ BAM KTB AP SIRI TOP BLA
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้ง หินกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเกี่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย 2) หุ้นที่คาดมีโอกาสได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมขังเฉพาะจุด แนะนำ TASCO HMPRO GLOBAL ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่อาจจะได้รับผลกระทบจิตวิทยา หากสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพชาบานปลายรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่าง CBG SAV
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ DELTA ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากงบ Nvidia ที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งจะช่วยหนุนจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งแนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 4/2568 คาดกำไรยังเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Al Data Center ที่ยังค่อนข้างเร่งตัวเร็วขึ้น เป้าหมายระยะสั้น 220 บาท
TU ราคาหุ้นมีโอกาสได้อานิสงส์บวกจากข่าวจีนจะระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น และการปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในสหรัฐฯ มีโอกาสหนุนอัตรากำไร แม้อาจกระทบรายได้ ความคืบหน้าการหารือเกี่ยวกับความเป็นไป ได้ในการร่วมมือกับ MC หากมีจะเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม เป้าหมายระยะสั้น 13.90 บาท







