SET แกว่งตัวไซด์เวย์ สัญญาณภาษีศุลกากรสหรัฐฯ แต่หุ้นเทคฯ กดดัน
SET แกว่งตัวไซด์เวย์ ปัจจัยในประเทศมีปัจจัยหนุนระยะสั้นสัญญาณภาษีศุลกากรไทย-สหรัฐฯ ดีขึ้น แต่ปัจจัยภายนอกยังเป็นลบ ความกังวล Valuation หุ้นเทคฯ กดดันหุ้นเอเชีย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AMATA และ LHHOTEL
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ (ไซด์เวย์) โดยมีปัจจัยบวกและลบเข้ามาพร้อมกัน
- ปัจจัยบวกในประเทศมาจากสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่องการเจรจาลดภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ
- ปัจจัยกดดันจากต่างประเทศคือความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเอเชีย
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์/รอเบรก ปัจจัยในประเทศมีปัจจัยหนุนระยะสั้นสัญญาณภาษีศุลกากรไทย-สหรัฐฯ ดีขึ้น นายกฯ ชี้ว่า ปธน.ทรัมป์ พร้อมลดภาษีแลกไทยกู้ทุ่นระเบิดเป็นสัญญาณบวก แต่ปัจจัยภายนอกยังเป็นลบ ความกังวล Valuation หุ้นเทคฯ กดดันหุ้นเอเชีย ในขณะที่กรรมการเฟดหลายท่านออกมาส่งสัญญาณระมัดระวังในการลดดอกเบี้ย แต่ภาคแรงงานที่แย่ยังหนุน ทางเทคนิคแกว่งในกรอบหากหลุดต่ำกว่า 1265 จะกลับมาลงรอบใหม่ แต่หากยืนเหนือ 1280 ได้มีช่วงรีบาวด์ต่อ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวหรือแกว่งตัวลง หลังตลาดเริ่มขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยทางเทคนิคหลังดัชนีหลุดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1285 ทำให้มี โอกาสแกร่งลงไปที่บริเวณ 1265/1240
ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสัน แม้คาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการ บจ. ไทยโดยรวม
รวมทั้งการประชุม ครม. คาดจะมีการพิจารณามาตรการแก้หนี้เสียรายย่อย, รถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีแดง 40 บาท ตลอดสาย และเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ FOMC Minutes, ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญทั้งภาคแรงงาน NFPS และภาคเงินเฟ้อ PCE CPI หากหน่วยงานราชการกลับมาเปิด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาดไตรมาส 4/2568 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BCPG BEM BGRIM PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดียิ่งมี SET ESG Ratings A-AAA เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และเราแนะนำ Outperform ได้แก่ BAM KTB AP SIRI TOP BLA
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้ง หินกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเกี่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย 2) หุ้นที่คาดมีโอกาสได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมขังเฉพาะจุด แนะนำ TASCO HMPRO GLOBAL ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่อาจจะได้รับผลกระทบจิตวิทยา หากสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพชาบานปลายรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่าง CBG SAV
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AMATA ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสันจากมีโอกาสการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ อาจได้ลดภาษีลง ขณะที่ Backlog ปัจจุบันที่ 22,500 ล้านบาท คาดหนุนผลประกอบการปี 2568-2569 ส่วนไตรมาส 4/2568 คาดยอดโอนแข็งแกร่งและอาจส่งผลต่อ Upside ของกำไรสุทธิจากประมาณการของเราที่ 2,669 ล้านบาท เป้าหมายระยะสั้นที่ 16.50 บาท
LHHOTEL ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2568 โดยไตรมาส 4/2568 คาดกำไรจะยังเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง QoQ แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ประเมินเป้าหมายระยะสั้นที่ 13.00 บาท


