
“กลุ่มสามารถ” โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 76% แย้มโค้ง 4 เข้าไฮซีซัน-รับงานใหม่
“กลุ่มสามารถ” เร่งเครื่องแรง รายได้ไตรมาส 3/2568 แตะ 2,541 ล้านบาท กำไรหลักพุ่ง 76% แม้ตั้งสำรองคดีแต่ธุรกิจยังโตทั่วทั้งเครือ พร้อมเตรียมลุยไตรมาส 4/2568 รับงานใหม่ เข้าไฮซีซัน
KEY
POINTS
- “กลุ่มสามารถ” เร่งเครื่องแรง รายได้ไตรมาส 3/2568 แตะ 2,541 ล้านบาท กำไรหลักพุ่ง 76%
- แม้ตั้งสำรองคดีแต่ธุรกิจยังโตทั่วทั้งเครือ
- พร้อมเตรียมลุยไตรมาส 4/2568 รับงานใหม่ เข้าไฮซีซัน
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 ของกลุ่มสามารถ เป็นที่น่าพอใจ มีรายได้รวม 2,541 ล้านบาท เติบโตจากทั้งไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) พุ่งขึ้นถึง 76% หรือแตะ 161 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารและการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ
ทั้งนี้ แม้กำไรสุทธิ (Net Profit) จะอยู่ที่ 87 ล้านบาท เนื่องมาจากการตั้งสำรองทางบัญชีจำนวน 130 ล้านบาท ของบริษัทลูก แต่เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงานหลัก พบว่าธุรกิจโดยรวมยังคงแข็งแกร่งและเติบโต รวม 9 เดือน มีรายได้แล้วถึง 7,774 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรถึง 302 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วที่ติดลบ 37 ล้านบาท
SAMTEL มั่นใจคดีไม่มีผลต่อธุรกิจระยะยาว
สายธุรกิจ Digital ICT Solution บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ “SAMTEL” มีรายได้ไตรมาส 3 ที่ 1,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ 1,005 ล้านบาท และสูงกว่าปีก่อนที่ 859 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ที่ 63 ล้านบาท และจากการตั้งสำรองคดีความจำนวน 130 ล้านบาท จึงส่งผลให้ผลประกอบการรวมขาดทุนในไตรมาสนี้
แต่ถึงอย่างไร ภาพรวม SAMTEL ก็ยังมีผลงานเด่น มีโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดย 9 เดือนมีการเซ็นสัญญาถึง 85 โครงการ ส่งผลให้มีงานในมือแล้วเกือบ 8,000 ล้านบาท
จากการที่บริษัทตั้งสำรองคดีความไว้ เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งยึดถือหลักความระมัดระวังเป็นสำคัญ ซึ่งการตั้งประมาณการหนี้สินไว้ ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานและกระแสเงินสดของบริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้บริษัทมีความมั่นใจว่าการตั้งสำรองในครั้งนี้จะได้รับการย้อนกลับรายการการตั้งสำรองจากคดีความดังกล่าวในการพิจารณาคดีรอบถัดไป
ทุกสายธุรกิจสร้างผลงานเชิงบวกต่อเนื่อง
สายธุรกิจ Utilities and Transportations นำโดย บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “SAV” ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการจัดการการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา มีกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน และคาดว่าไตรมาส 4 จะเติบโตต่อเนื่องจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
ด้านธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจรภายใต้ บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) มีรายได้เฉพาะไตรมาส 3 จำนวน 244 ล้านบาท รวม 3 ไตรมาส มีรายได้ทะลุ 1,264 ล้านบาท ล่าสุดเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,400 ล้านบาท ส่งผลให้มีงานในมือรวมเกือบ 4,000 ล้านบาท
ด้านสายธุรกิจ Digital Communications หรือ “SDC” ตลอด 9 เดือน มีรายได้รวม 424 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 900% สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแรงมากขึ้น
“ผลประกอบการไตรมาส 3 ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของทุกหน่วยกลุ่มธุรกิจในเครือ แม้มีรายการพิเศษด้านบัญชีจากการตั้งสำรองบางส่วน แต่กำไรหลักของกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบไตรมาส 3 ปีที่แล้ว และคาดว่าไตรมาส 4 จะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น จากฤดูกาลท่องเที่ยวและโครงการใหม่ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป รวมไปถึงช่วงไตรมาส 4 ที่บริษัทในเครือจะมีเข้าประมูลงานประมูลอีกมาก”







