posttoday

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

06 ตุลาคม 2568

ศึกชิงนักลงทุนโลก! คลัง- ก.ล.ต. - ตลท. - FETCO ผนึกกำลังปลุกเสน่ห์ตลาดทุนไทย ยกเครื่อง 4 หัวใจหลัก Quick Win ปฏิรูปไอพีโอและการออมดึง New Growth พลิกโฉมเศรษฐกิจ ภายใน 4 เดือน ด้าน "กอบศักดิ์ ภูตระกูล" เตรียมส่งหนังสือเข้าหารือคลังเพิ่มเติม

KEY

POINTS

  • ศึกชิงนักลงทุนโลก! คลัง- ก.ล.ต. - ตลท. - FETCO ผนึกกำลังปลุกเสน่ห์ตลาดทุนไทย ยกเครื่อง 4 หัวใจหลัก Quick Win
  • ปฏิรูปไอพีโอและการออมดึง New Growth พลิกโฉมเศรษฐกิจ ภายใน 4 เดือน
  • "กอบศักดิ์ ภูตระกูล" เตรียมส่งหนังสือเข้าหารือคลังเพิ่มเติม

ในห้วงเวลาที่ "ตลาดทุนไทย" อยู่ท่ามกลางคลื่นความผันผวนและความท้าทายจากการแข่งขันระดับโลก ตัวเลขมูลค่าตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับ GDP มีการปรับลดลง และยังต้องต่อสู้กับภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็น "Old Industry" หรือกลุ่มอุตสาหกรรมเก่า จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการปฏิรูปครั้งสำคัญ

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ประเทศกำลังเผชิญ หน่วยงานกำกับดูแลและภาคเอกชนจึงผนึกกำลังกันในปฏิบัติการที่เรียกว่า "มาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย" โดยมีพันธกิจร่วมกันที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลง

การนี้ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการรวมพลังของ "คณะทำงานและกระบวนการทำงาน (Taskforce)" ประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

คณะทำงานชุดนี้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นที่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในระยะสั้น หรือ Quick Win ภายใน 4 เดือน เพื่อส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งผลักดัน 4 ด้านหลัก เพื่อพลิกโฉมและสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1. Quality Demand: ปฏิรูปการออมครั้งใหญ่ด้วย TISA

การสร้างความต้องการที่มีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แหล่งเงินทุนสอดคล้องกับการระดมทุนระยะยาวในตลาดหุ้น และลดความผันผวน (Volatility) ดังนั้น "โครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account)" จึงถูกผลักดันให้เป็น "การปฏิรูปการออมครั้งใหญ่ของประเทศ"

Quick Win ทางการออม: แม้แผนเดิมของ TISA อาจจะเห็นผลเป็นขั้นตอนแรกในช่วงปลายปี 2569 แต่ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและกระทรวงการคลัง "ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล" เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดหวังว่าคณะทำงานจะสามารถเห็น "การกลัดกระดุมเม็ดแรก" ของ TISA เป็นรูปธรรมได้ภายใน 4 เดือน

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

ดร.พรอนงค์ เชื่อว่าทุกมาตรการที่ดำเนินการดีต่อตลาดทุนไทย ไม่ว่ารัฐบาลไหนที่จะขึ้นมาบริหารก็ตาม ตลาดทุนไทยยังต้องอยู่ต่อ มีบทบาทและพันธกิจที่ต้องขับเคลื่อน

ดังนั้นทุกแผนการที่ทำ หน่วยงานตลาดทุนต้องผลักดันไปสู่การปรับเปลี่ยนระยะยาว.

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ยอมรับว่า โครงการ TISA เป็นการปฎิรูปการออมของคนไทย ช่วงที่ผ่านมาไทยมีโครงการ RMF และ LTF แต่ไม่เคยรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน

ครั้งนี้จะรวมทุกอย่างไว้ ทั้ง การออมเพื่อการเกษียณ, ออมเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่เน้น ESG และ SSF, ออมเพื่อเยาวชน ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงและเสริมวินัยทางการเงินของคนไทยในระยะยาว

"เรื่อง TISA หน่วยงานตลาดทุนพูดคุยหลายรอบมาก ผมเชื่อว่าช่วยผลักดันตลาดหุ้นได้ หากทำในรัฐบาลชุดนี้ได้ถือเป็นผลงานที่ดี แต่เบื้องต้นต้องทำบ้าน TISA เข้าที่ก่อน จากนั้นค่อยเดินหน้าเรื่องสิทธิประโยชน์รัฐบาลต่อไป เบื้องต้น FETCO ทำหนังสือเพื่อเข้าหารือคลังเพิ่มเติม"

2. Attractive Supply: ปลดล็อก New Growth ฉีกภาพ Old Industry

หัวใจสำคัญคือการทำอย่างไรให้ตลาดทุนไทยมีหุ้นที่น่าสนใจ และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มธุรกิจ New Growth Economy ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนอยู่

โฟกัสบริษัทที่มีศักยภาพสูง : ตลท. และ กลต. กำลังร่วมมือกับ BOI เพื่อปรับปรุงกระบวนการ IPO และกฎเกณฑ์ต่างๆให้เอื้อต่อการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคตที่ BOI ให้การส่งเสริม ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถ "ปลดล็อก" เรื่องนี้ได้ภายใน 4 เดือน เพื่อให้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

ยกระดับคุณภาพ: ผลักดันโครงการ จั๊มพ์พลัส (Jump+) ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทที่เข้าร่วมจะต้องวางแผนการเติบโต 3 ปี และจะได้รับการสนับสนุนจาก ตลท. รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมโครงการ จั๊มพ์พลัส (Jump+) จำนวน 61 แห่ง

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มองว่าในช่วง 4 เดือนข้างหน้าโครงการที่น่าจะเห็นชัด คือ โครงการ JUMP+ ที่ทำมาตลอด วันนี้มีบริษัทเข้าร่วม 61 แห่งคาดว่าจะชัดเจนเรื่องแผนงานบริษัทที่จะเข้ามาร่วมและเห็นผลเร็วที่สุด

โดยบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้มีบริษัทใหม่ๆที่เป็น New Economy เข้ามาร่วมและตลท.อยากสนับสนุนให้มีบริษัทที่ทำสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเข้ามาเพิ่มขึ้น 

3. Trusted Market: ใช้เทคโนโลยีล่าคนไม่ดี สร้างความเชื่อมั่นด่วน

การฟื้นฟูความเชื่อมั่นถือเป็นอุปสรรคสำคัญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงต้องมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

เสริมความเข้มแข็งภายใน: เน้นการสร้างบริษัทจดทะเบียนที่ "เข้มแข็ง" ด้วยการขยายขอบเขตไปยังระบบ Internal Control โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน และกรรมการอิสระ

ดักควันและบังคับใช้กฎหมาย: กลต.จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการกำกับดูแล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับความผิดปกติให้รวดเร็วขึ้น และทำให้การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดนั้นรวดเร็วและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

4. Supportive Ecosystem เพิ่มศักยภาพ

คณะทำงานจะทบทวน Market Microstructure และปรับปรุงอุปสรรคเล็กๆน้อยๆที่มีผลกระทบมหาศาล พร้อมพิจารณาปรับลดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการลงทุนด้วยเงินจำนวนที่เล็กลงได้

เปิดประตูให้นักลงทุนต่างชาติ: จัดการกับอุปสรรคด้านการดำเนินงานของนักลงทุนต่างชาติ เช่น การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้ e-proxy ในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ส่งผลต่อแรงดึงดูดของตลาดในสายตานักลงทุนต่างชาติ หน่วยงานรัฐและเอกชนจะร่วมมือกัน "ทะลุเรื่องเหล่านี้ให้เกิด Quick Win" โดยมีการทำนัดเพื่อคุยกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง e-proxy อย่างเร่งด่วน

ทุกมาตรการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแผนบนกระดาษ แต่เป็นการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน (Clear Direction) ซึ่งทุกฝ่ายตั้งแต่ ก.ล.ต. , ตลท. , สสค. และ FETCO ได้ให้คอมมิทเมนท์ที่จะดำเนินการ และมี KPI ที่ต้องส่งมอบผลลัพธ์ให้เกิดความคืบหน้าภายใน 4 เดือน

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

"ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล" ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยอมรับว่าสิ่งที่เห็นคือตลาดทุนไทยเติบโตและพยายามเพิ่มสภาพคล่องการลงทุน

ที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยมีความสามารถในการดึงดูดต่างชาติพอควร แต่ด้วยช่วงหลังอาจมีปัญหาเกิดขึ้น ตลาดคือตัวกลางในการระดมทุน วันนี้ที่เราร่วมมือกันจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติและนักลงทุนไทยได้.

"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานกรรมการ FETCO ยอมรับเช่นกันว่า 4 เดือนแม้เป็นเวลาที่ไม่ยาวมากแต่จะสามารถปลดล็อกในหลายเรื่องได้ ตอนนี้ BOI มีหลายบริษัทที่เป็น New Growth ทั่วโลกที่อยากมาลงทุนในไทย ระยะยาวน่าจะมีบริษัทใหม่ๆเข้ามาลงทุน ที่เหลือคือการปรับกฎเกณฑ์คาดว่าจะชัดเจนใน 4 เดือนนี้ได้.

สมรภูมิชิงชัย! ก.ล.ต.-ตลท. ปลุก‘เสน่ห์ตลาดทุนไทย’ ปฏิรูป IPO-TISA สู้ศึก New Economy โลก

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?