
SET ไซด์เวย์ จับตาเงินเฟ้อ-มาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย
SET แกว่งไซด์เวย์ จับตาเงินเฟ้อ ก.ย. และมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ PTTEP และ ITC
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ (ไซด์เวย์)
- นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของไทย ซึ่งหากยังคงลดลงต่อเนื่อง อาจเพิ่มความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการแถลงมาตรการเพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับตลาดทุนไทย ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของตลาด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุว่า ตลาดแกว่งไซด์เวย์ วันศุกร์ NPF สหรัฐฯ ไม่สามารถประกาศได้ แต่ ISM Services PMI ที่ต่ำยังชี้นำศก. สหรัฐฯ ที่ชะลอ วันนี้ติดตามเงินเฟ้อไทย คาดลดลงต่อเป็นเดือนที่หก หาก ยังต่ำจะหนุนความหวังในการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามเราคาดว่าโอกาสการลดดอกเบี้ย กนง. ใน ธ.ค. มีโอกาสสูงกว่า รวมถึงการแถลงมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย ทางเทคนิคตลาดพยายามยืนเหนือ 1293 ยืนได้แกว่งขึ้น แต่ต้องระวังการชะลอตัวที่ 1300/1305 ขึ้นต่อไม่ควรหลุดแนวรับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐานหรือไซด์เวย์ในกรอบแคบ เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่มากระตุ้นบรรยากาศลงทุน ปัจจัยในประเทศติดตามตัวเลข เงินเฟ้อ ก.ย. ซึ่งหากยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 อาจหนุนให้ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ดี เราคาด กนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ในการประชุมวันที่ 8 ต.ค. นี้ก่อน แต่มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้งในวันที่ 17 ธ.ค. นี้แทน ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ติดตาม FOMC Minutes เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขณะที่การชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ คาดไม่มีผลกระทบต่อการลงทุน โดยในอดีตการชัตดาวน์ยาวนานที่สุดเกิดขึ้นในปี 2018-2019 ใช้ระยะเวลา 35 วัน ซึ่งทั้ง S&P500 และ SET ให้ผลตอบแทนเป็นบวก สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักต่อประเด็นนี้
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buv" ใน 2 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play คาดผลการดำเนินงาน 3Q68 จะยังเติบโตดีทั้ง QoQ และ YoY และ เราแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดีและราคาหุ้นยังมี Upside ได้แก่ ADVANC BCP KTB LHSC OR PTT TRUE
2. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้ง และปีหน้า 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเป็นลดลง เพราะมีภาระหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC TIDLOR
3. Trading Idea: สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากเกิดโครงการคนละครึ่งในอดีต ซึ่งมียอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แนะนำ CPAXT (มีฐานลูกค้าโชห่วยและร้านอาหาร), TNP (เป็นร้านธงฟ้า), BJC, CPALL, CBG, OSP, HTC, ICHI, SAPPE และ 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆและเราแนะนำ Outperform แนะนำ ค้าปลีก (CPALL BJC TNP GLOBAL) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW) ไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR) นิคม (WHA AMATA) และโรงไฟฟ้า (GULF BGRIM BCPG CKP)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KTB มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมกำไรสุทธิ 3Q68 คาดจะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากประเมินกำไร FVTPL จากเงินลงทุนใน THAI 1.4 หมื่นล้านบาท (1 บาท/หุ้น) KTB มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารใหญ่อื่นๆ มี ROE ที่ดีกว่า Valuation ถูก และคาด Div. Yield ปี 2568 ที่ราว 6.3% เป้าหมายระยะสั้น 26.00 บาท
TIDLOR มีปัจจัยกระตุ้นจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แนวโน้มเงินเฟ้อที่จะรายงานในวันนี้มีโอกาสติดลบต่อเป็นเดือนที่ 6 หนุนการเก็งกำไร ในขณะที่ปี 2568 คาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่สุดที่ 16% จาก Credit Cost ที่ -60 bps, สินเชื่อที่ +6% และรายได้นายหน้าประกันภัยที่ +6% ราคาเป้าหมายเทคนิคระยะสั้นที่ 21.00 บาท







