สหรัฐฯ เสี่ยงชัตดาวน์ กระทบต่อตลาดหุ้นไทยระยะสั้น-จำกัด
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อกรณีสหรัฐฯ เสี่ยงชัตดาวน์ ชี้ส่วนใหญ่ตกลงกันได้ระหว่างฝั่งรัฐบาล และฝ่ายค้าน มีน้ำหนักน้อยต่อตลาดหุ้นไทย กระทบจำกัด แค่ระยะสั้น ส่วนหุ้นไทยลงแรงวันนี้ รับแรงขายกลุ่มธนาคาร-พลังงาน-ปิโตรเคมี
KEY
POINTS
- นักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเกิดภาวะชัตดาวน์จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นและในวงจำกัดเท่านั้น
- เหตุการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐฯ เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีตและมักจะสามารถหาข้อตกลงกันได้ในที่สุด ทำให้ตลาดฟื้นตัวกลับมาได้
- ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นปัจจัยภายในประเทศ เช่น เศรษฐกิจและมาตรการรัฐบาล โดยนักลงทุนอาจย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว
สหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงต่อการชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลกลาง หากสภาคองเกรสไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องงบประมาณได้ก่อนเส้นตายคืนวันอังคารนี้ (30 ก.ย.) ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทยในวันพุธที่ 1 ต.ค.2568 เวลา 11.00 น. ซึ่งอาจส่งผลให้บริการสาธารณะหลายด้านหยุดชะงักและเจ้าหน้าที่จำนวนมากถูกพักงานชั่วคราว
จากประเด็นดังกล่าวนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ 3 แห่ง ได้แก่ บล.พาย, บล.บัวหลวง และ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ให้ความคิดเห็นต่อกรณีนี้ ดังนี้
“ธนเดช รังษีธนานนท์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.พาย เปิดเผยกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ที่ผ่านมา การชัตดาวน์ของสหรัฐฯ มักสามารถตกลงกันได้ ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไขการเจรจาระหว่างฝั่งรัฐบาล (รีพับลิกัน) และฝ่ายค้าน (เดโมแครต) อาจส่งผลกระทบบ้างดังนั้น ผลกระทบจะเป็นระยะสั้นเท่านััน
ทั้งนี้ หากกังวลว่าจะส่งผลลบ ก็สามารถลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ตราสารหนี้
“ผลกระทบต่อไทยค่อนข้างจำกัด และมองว่าปัจจัยหลักในการลงทุนอยู่ที่ปัจจัยในประเทศ เช่น เศรษฐกิจ แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่”
“ภูวดล ภูสอดเงิน” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า กรณีดังกล่าวมีน้ำหนักน้อยสำหรับหุ้นไทย และเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สำหรับสหรัฐฯ แต่สุดท้ายก็จะจัดการได้ และตลาดหุ้นก็รีบาวน์กลับมา
ส่วนในช่วงที่มีประเด็นก็อาจจะมีการพักฐานลงไปสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในอดีตเคยลงมากๆ ประมาณ 7% แต่รอบนี้คาดว่าไม่น่าจะมาก
ดังนั้นช่วงนี้นักลงทุนก็หมุนมาที่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ซึ่งยิ่งทำให้มีแรงเก่งกำไรเพิ่มขึ้นไปอีกนอกเหนือจากการทยอยสะสมของธนาคารกลางจีนแล้ว
ส่วนหุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ย.2568) ลงจากแรงขายกลุ่มธนาคาร พลังงาน ปิโตรเคมี จากประเด็นเฉพาะกลุ่ม อย่าง กลุ่มธนาคาร ปรับตัวลดลงจากประเด็นถูกปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ซึ่งเป็นการโดนปรับตามแนวโน้มประเทศ อย่างไรก็ตาม เดิมโมเมนตัมหุ้นธนาคารถูกลดพอร์ตอยู่แล้วในช่วงที่ผ่านมา
“ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า กรณีสหรัฐฯ เสี่ยงชัตดาวน์คาดกระทบบรรยากาศการลงทุนแค่ช่วงสั้น เพราะส่วนใหญ่จะหยุดไม่นาน ช่วงนี้เงินอาจจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปพักสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ถ้าผ่านได้ คาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาฟื้นตัว แต่ Upside จำกัด เพราะ Dollar Index และ Bond Yield กลับมาฟื้นตัว


