เทรนด์ใหม่นักลงทุนรายย่อย แห่ใช้ "ChatGPT" เป็นกุนซือเลือกหุ้น
เปิดปรากฏการณ์ใหม่เขย่าตลาดทุน เมื่อนักลงทุนรายย่อยเกิน 10% หันมาใช้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการเลือกหุ้น ดันตลาด Robo-Advisor ทั่วโลกจ่อโตทะลุ 600%
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ในวาระที่ ChatGPT ใกล้ครบรอบ 3 ปี กระแสการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการลงทุนกำลังมาแรง โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่านักลงทุนรายย่อยอย่างน้อย 1 ใน 10 คน กำลังใช้แชตบอต AI ในการเลือกหุ้น
ส่งผลให้ตลาดที่ปรึกษาการลงทุนอัตโนมัติ (Robo-advisory) เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกันก็จุดประกายคำถามสำคัญถึงความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้
ในอดีต การเข้าถึงบทวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึกเป็นสิทธิพิเศษของธนาคารขนาดใหญ่และนักลงทุนสถาบัน แต่การมาถึงของ AI ได้ทลายกำแพงนั้นลงอย่างสิ้นเชิง
จนปัจจุบัน ใครๆ ก็สามารถเลือกหุ้น ติดตามความเคลื่อนไหว และวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนได้จากปลายนิ้ว
ศักยภาพมหาศาลนี้สะท้อนผ่านตัวเลขการคาดการณ์จาก Research and Markets ที่ประเมินว่าตลาด Robo-Advisor ทั่วโลกจะมีมูลค่าพุ่งทะยานจาก 6.17 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน ไปสู่ระดับ 4.7 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 หรือเติบโตขึ้นถึง 600%
เสียงจากผู้ใช้งานจริง ถาม AI "ควรซื้อหุ้นตัวไหนดี?"
"วันที่ผมไม่มีเครื่องมือราคาแพงอย่าง Bloomberg Terminal อีกต่อไป ChatGPT ก็เข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญ" เจเรมี เหลียง (Jeremy Leung) อดีตนักวิเคราะห์ผู้คร่ำหวอดในวงการกับ UBS เกือบ 2 ทศวรรษ เล่าถึงจุดเปลี่ยนของเขา
เขาเผยว่า แม้จะเป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐาน แต่ ChatGPT ก็สามารถจำลองขั้นตอนการทำงานวิเคราะห์ที่เขาเคยทำได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า AI มีจุดอ่อนคือไม่สามารถเจาะข้อมูลหลัง Paywall ได้ ซึ่งอาจทำให้พลาดการวิเคราะห์ในมิติที่สำคัญไป
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเหมือนดาบสองคม ผลสำรวจจาก eToro ในกลุ่มนักลงทุน 11,000 คนทั่วโลก ชี้ว่า 13% ใช้งาน AI เพื่อการลงทุนอยู่แล้ว และเกือบครึ่งหนึ่งพร้อมจะเปิดใจลองใช้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง แดน มอคซูลสกี (Dan Moczulski) ผู้บริหารจาก eToro เตือนสติว่า
"AI อาจจะฉลาดล้ำ แต่ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นทันทีที่เรามอง ChatGPT หรือ Gemini เป็นเหมือน 'ลูกแก้วพยากรณ์' ที่หยั่งรู้อนาคต"
เขาชี้ว่าโมเดล AI ทั่วไปมักอ้างอิงข้อมูลผิดพลาด ยึดติดกับข้อมูลในอดีตมากเกินไป และอาจมีอคติแฝงอยู่
ขนาดผู้สร้างอย่าง OpenAI ยังออกตัวเตือนว่า ChatGPT ไม่ควรถูกใช้เป็นแหล่งคำแนะนำทางการเงินอย่างเป็นทางการ
ผลลัพธ์สุดทึ่ง...ในวันที่ตลาดเป็นใจ
แม้จะมีคำเตือน แต่ผลลัพธ์ที่ผ่านมาก็ยากจะปฏิเสธ เมื่อบริษัท Finder ทดลองให้ ChatGPT จัดพอร์ตหุ้น 38 ตัวจากบริษัทชั้นดีเมื่อปี 2023 โดยมีหุ้นเด่นอย่าง Nvidia และ Amazon รวมอยู่ด้วย
ผลปรากฏว่าพอร์ตดังกล่าวให้ผลตอบแทนสูงถึง 55% ทิ้งห่างค่าเฉลี่ยของกองทุนยอดนิยมในอังกฤษถึง 19%
แน่นอนว่าผลลัพธ์อันน่าทึ่งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งตอกย้ำว่าการใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นยังต้องอาศัยจังหวะเวลาและความรู้ทางการเงินของผู้ใช้
"ยิ่งเราป้อนคำสั่ง (Prompt) ได้เฉียบคมและมีบริบทมากเท่าไหร่ คำตอบที่ได้ก็จะยิ่งมีคุณภาพ" เหลียงแนะ
บทสรุปของปรากฏการณ์นี้จึงอยู่ที่ว่า แม้ AI จะมอบโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดยังคงอยู่ นั่นคือวินัยในการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ
"หากนักลงทุนคุ้นเคยกับการทำกำไรด้วย AI ในช่วงตลาดขาขึ้น พวกเขาอาจไม่รู้วิธีรับมือเลยเมื่อวิกฤตมาเยือน" เหลียงกล่าวทิ้งท้าย
ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่นักลงทุนยุคใหม่ต้องเผชิญ เมื่อเทคโนโลยีที่มอบโอกาสอันมหาศาล ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


