EA กับเดิมพันครั้งสำคัญ! เลื่อนหุ้นกู้ 14 รุ่น “ปลดล็อกอนาคต”
EA เผชิญวิกฤติสภาพคล่องหนัก แต่ยังไม่หมดหนทาง! หวังผู้ถือหุ้นกู้ร่วมโต๊ะเจรจา 27 มิ.ย.นี้ไฟเขียวเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ทั้ง 14 รุ่น ทางรอดสุดท้ายพ้นแผนฟื้นฟูฯ พร้อมเปิดทางสถาบันการเงินอัดฉีดกว่า 20,000 ล้านบาท จุดเปลี่ยนสู่การเทิร์นอะราวด์
KEY
POINTS
- EA เผชิญวิกฤติสภาพคล่องหนัก แต่ยังไม่หมดหนทาง!
- หวังผู้ถือหุ้นกู้ร่วมโต๊ะเจรจา 27 มิ.ย.นี้ไฟเขียวเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ทั้ง 14 รุ่น ทางรอดสุดท้ายพ้นแผนฟื้นฟูฯ
- พร้อมเปิดทางสถาบันการเงินอัดฉีดกว่า 20,000 ล้านบาท จุดเปลี่ยนสู่การเทิร์นอะราวด์
ในวันที่ "บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA" ยืนอยู่บนเส้นด้ายทางการเงิน คำตอบเดียวที่ยังพอเป็นไปได้คือ "การเจรจาเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ทั้ง 14 รุ่น" ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา และเปิดทางให้แหล่งทุนกว่า 20,000 ล้านบาทจากสถาบันการเงินทยอยเข้ามาอัดฉีด!
ทว่า ดีลนี้มี "เงื่อนไขเด็ดขาด" ที่ต้องการมติผู้ถือหุ้นกู้ในวันศุกร์นี้ (27 มิ.ย.2568) ในรูปแบบไฮบริด ผู้ถือหุ้นกู้สามารถเข้าร่วมได้ด้วยตนเองที่ห้องแกรนด์บอลรูม สำนักงานใหญ่ บริษัท เน็กซ์พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือเข้าร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์
หากผลโหวตผ่านฉลุย EA ไม่เพียงแค่รักษาสภาพคล่องเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจ พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขยะ และไฮโดรเจนต่อเนื่องได้แบบไม่มีเครื่องหมาย SP คอยหลอกหลอน
หากไม่ผ่าน ทางเลือกเดียวคือ "เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ" ที่จะกระทบทุกภาคส่วนอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นทุน หรือพันธมิตรทางการเงิน!
"วสุ กลมเกลี้ยง" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวกับ "โพสต์ทูเดย์" ด้วยใบหน้าจริงจังว่า การตัดสินใจขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ทั้ง 14 รุ่นจึงไม่ใช่เพียงการ "ยื้อเวลา" หากแต่เป็นกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพองค์กร และสร้างเส้นทางกลับสู่ความเชื่อมั่นในอนาคต
ทำไมต้องเลื่อนพร้อมกันทั้ง 14 รุ่น ?
คำตอบนั้นตรงไปตรงมา เพราะนี่คือเงื่อนไขหลักที่สถาบันการเงินใช้เป็นหลักประกันในการ "ปลดล็อก" แผนการสนับสนุนทางการเงินกว่า 20,000 ล้านบาท
ในช่วงเวลาเดียวกัน EA ต้องเผชิญกับภาระการชำระหนี้ที่ "หนักมาก"
- ปี 2568 หนี้ 16,000 ล้านบาท ชำระแล้ว 9,000 ล้านบาท เหลืออีก 7,000 ล้านบาท
- ปี 2569 หนี้ 15,656 ล้านบาท
- ปี 2570 หนี้ 6,170 ล้านบาท
- ปี 2571 หนี้ 9,991 ล้านบาท
- ปี 2572 หนี้ 7,634 ล้านบาท
ในขณะที่ EBITDA สูงสุดที่เคยทำได้ 14,000 ล้านบาท และปีล่าสุดเพียง 8,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอในการชำระหนี้ที่ค่อนข้างหนักและกระจุกตัวในระยะสั้นอย่างรุนแรง
หาก EA ไม่สามารถขออนุมัติเลื่อนหุ้นกู้ได้ตามแผน จะไม่สามารถรับเงินจากแหล่งกู้ใหม่ได้ และนั่นอาจหมายถึง "จุดจบ" ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
เงินทุนที่รออยู่…หาก "โหวตผ่าน"
หากแผนขอเลื่อนชำระหนี้ได้รับการอนุมัติ EA จะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินในลักษณะ Debt Financing อายุ 20 ปี ราว 20,000 ล้านบาท เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกนำไปชำระคืนหุ้นกู้บางส่วน และรีไฟแนนซ์หนี้เดิม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ (Default) รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิด "Cross Default" ที่อาจส่งผลลุกลามทั่วทั้งโครงสร้างหนี้
"วันนี้สถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนประมาณ 2,500 ล้านบาท จากนั้นจะหนุนเพิ่มอีก 500 ล้านบาท จนถึงเดือนกันยายน 2568 เพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท และสุดท้ายสนับสนุนอีก 7,000 ล้านบาทในปี 2569 ช่วยแก้ปัญหาเงินกู้และชำระคืนหุ้นกู้บางส่วนเป็นจุดที่สถาบันเข้ามาซัพพอร์ต"
หุ้นกู้ 14 รุ่น แลกความหวังกับดอกเบี้ยเพิ่ม 0.5%
ต่างจากการเลื่อนหุ้นกู้ทั่วไป EA เสนอให้ผู้ถือหุ้นกู้รับดอกเบี้ยเพิ่ม 0.50% ต่อปี ทันที ณ วันที่แผนได้รับอนุมัติ พร้อมเงื่อนไขการทยอยชำระคืน ทำให้อายุหุ้นกู้เฉลี่ยลดเหลือเพียง 4.9 ปี จากที่เคยวางไว้ที่ 7 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น EA ยังประกาศชัดเจนว่า หากบริษัทสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ เงินจำนวนเดียวกันจะต้องถูกนำไปชำระคืนหุ้นกู้ "แบบเท่าเทียม" เพื่อไม่ให้ผู้ถือหุ้นกู้ที่ช่วยเหลือในช่วงวิกฤตต้องถูกละเลย
ถ้าไม่ผ่าน...อนาคตอาจดับสนิท
"เราไม่มีก๊อกสองอีกแล้ว" คือคำพูดตรงไปตรงมาจากผู้บริหาร EA หากแผนนี้ไม่ผ่าน บริษัทจะไม่สามารถดึงเงินจากธนาคารได้ และทางเลือกเดียวที่เหลือคือเข้าสู่ "กระบวนการฟื้นฟูกิจการ" ซึ่งหมายถึง
- การหยุดจ่ายดอกเบี้ย
- การทำ Haircut หนี้
- การแช่แข็งสถานะหุ้น ด้วยเครื่องหมาย Trading Suspension (SP)
- การหยุดชะงักของทุกโปรเจ็กต์ที่มีในแผนงาน
แม้ EA จะมีฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าที่แข็งแรง แต่หากขาดสภาพคล่อง และเสียเครดิตทางการเงิน ย่อมไม่มีใครกล้าเข้ามาร่วมลงทุน
เทิร์นอะราวด์ หรือ ฟื้นฟู ?
วันศุกร์นี้คือวันตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่า EA จะสามารถ "เทิร์นอะราวด์" ได้อย่างสง่างาม หรือจะต้องยอมรับชะตากรรมของบริษัทที่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู
สิ่งที่ EA ต้องการไม่ใช่แค่การขอเลื่อนหนี้เพื่ออยู่รอด แต่เพื่อปลดล็อกโอกาสการเติบโตในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น
- โรงไฟฟ้าพลังงานลม 180 เมกะวัตต์
- โครงการ Waste to Energy ที่ชนะประมูลแล้ว
- การลงทุนในลาวด้านไฮโดรพาวเวอร์
ทั้งหมดนี้จะไม่มีวันเป็นจริง ถ้า EA ไม่สามารถข้ามพ้น "ด่านสุดท้าย" ที่ชื่อว่า "ความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้นกู้"
"วันนี้อาจยังไม่ใช่วันที่ดีที่สุดของ EA แต่ถ้าทุกฝ่ายให้โอกาส วันพรุ่งนี้อาจเป็นวันที่เรากลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้."


