
หุ้นไทยมาร์เก็ตแคปวูบ 2.6 ล้านล้าน "เผ่าภูมิ" มั่นใจเศรษฐกิจแกร่ง!
ตลาดหุ้นดิ่งแรง! แตะระดับ 1,188 จุด มาร์เก็ตแคปหายกว่า 2.6 ล้านล้าน "เผ่าภูมิ โรจนสกุล" ย้ำชัดการเคลื่อนไหวของตลาดสะท้อนแค่จิตวิทยานักลงทุน ไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ มั่นใจพื้นฐานยังแกร่ง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นดิ่งแรง! แตะระดับ 1,188 จุด มาร์เก็ตแคปหายกว่า 2.6 ล้านล้าน
- "เผ่าภูมิ โรจนสกุล" ย้ำชัดการเคลื่อนไหวของตลาดสะท้อนแค่จิตวิทยานักลงทุน ไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ
- มั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจยังแกร่ง
ตลาดหุ้นทั่วโลกมักถูกมองว่าเป็นกระจกสะท้อนภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจเติบโต ดัชนีหุ้นมักปรับตัวขึ้น แต่หากมีความไม่แน่นอน ตลาดหุ้นก็มักเผชิญแรงกดดัน
เช่นเดียวกับ "ตลาดหุ้นไทย" นับตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน(ระหว่างวันที่ 2 มกราคม ถึง 3 มีนาคม 2568) ดัชนีร่วงลง -211.80 จุด คิดเป็น -15.13% แตะที่ระดับ 1,188.41 จุด ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ต แคป) 14,806,353,558,741.44 ล้านบาท หายไปกว่า 2,627,399,896,211.74 ล้านบาท คิดเป็น -15.07%
ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน คำถามสำคัญคือ นี่เป็นเพียงแรงกดดันทางจิตวิทยาของตลาด หรือมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตา ?
"เผ่าภูมิ โรจนสกุล" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องว่า การประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจควรพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ผู้ที่เข้าใจเศรษฐกิจจะมองเห็นโอกาสจากสถานการณ์นี้ ขณะที่บางคนอาจมองด้วยความวิตกกังวลจนพลาดโอกาสในการลงทุน
“คนที่ฉลาดจะมองบนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและมองเห็นสิ่งนี้เป็นโอกาส ส่วนคนที่ไม่ฉลาดจะตื่นเต้นแสดงว่าคุณมองไม่เห็นโอกาสในพื้นฐานเศรษฐกิจที่มีอยู่กับราคาตลาดหลักทรัพย์ฯที่สะท้อนเศรษฐกิจหรือไม่”
ส่วนการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นสะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอหรือไม่นั้น ส่วนตัวยืนยันว่าการลดลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง
แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจะสะท้อนความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาล แต่รัฐบาลใช้ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นหลักในการประเมิน โดยปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ยกเว้นภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งในด้านการบริโภค การส่งออก และเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2568
"เวลารัฐบาลดูเศรษฐกิจจะดูจากตัวเลข ดูจากสถานการณ์เชิงประจักษ์ ไม่ใช่จากอารมณ์หรือความรู้สึก แม้จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่การขับเคลื่อนประเทศต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง ซึ่งเราก็รับฟังก็นำมาพิจารณา"







