
เฟ้น 21 หุ้นเด่น รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย-จีน-สหรัฐฯ
21 หุ้นเด่น รับเซนติเมนต์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย จากรายจ่ายภาครัฐ เอกชน ท่องเที่ยว ส่งออก และจีน กระตุ้นภาคการบริโภคและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย รวมถึงสหรัฐฯ กดดันเฟดลดดอกเบี้ย
เศรษฐกิจโลกปี 2568 มีทิศทางผันผวน จากเศรษฐกิจของ 2 มหาอำนาจ อย่าง สหรัฐฯ และจีน ที่มีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐฯ ที่น่าจับตาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยด้วย ดังนั้นทำให้หลายๆ ประเทศออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ ไทย ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รองรับความผันผวนจากต่างประเทศ รวมไปถึงสหรัฐฯ และจีนเอง ก็มีการออกมาตรการเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ไทย คาดหวังแรงกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ จากการเพิ่มขึ้นของแรงสนับสนุนจากรายจ่ายภาครัฐ, การขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชน, การท่องเที่ยวและบริโภคต่อฟื้นตัวต่อเนื่อง และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัว โดยนับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/2567 ที่ผ่านมา มีหลายนโยบายที่ทยอยออกมา อาทิ เงินดิจิทัลเฟส 1-2 โอนเงิน 10,000 บาท, โครงการไร่ละพัน, มาตรการส่งเสริมให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะฟรี ระหว่างวันที่ 25-31 ม.ค.2568 เป็นต้น ความคืบหน้าการแจกเงินในระยะที่ 3 และการแจกเงินให้กับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะได้ความชัดเจนของไทม์ไลน์และขั้นตอนภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยมีเม็ดเงินเตรียมไว้แล้วกว่า 1.6 แสนล้านบาท
หุ้นเด่นรับกระแสจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นที่กำไรเติบโตในปีนี้ อาทิ CPN, CPAXT, BJC, COM7, BEM, CENTEL, ERW, AOT เป็นต้น
จีน คาดหวังว่ารัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ผ่านภาคการบริโภคและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงเพื่อช่วยลดความเสี่ยง TRADE WAR ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลังจีน เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือนม.ค.2568 ออกมาอยู่ที่ 49.1 จุด ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาด และพลิกกลับมาอยู่ในโซนหดตัว (PMI < 50) ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
ขณะที่ระยะถัดไป หากเศรษฐกิจจีนมีสัญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้จริง มองเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้น PTTGC, PTTEP, SCC, IVL, SCGP, III, ERW เป็นต้น
สหรัฐฯ มีความคาดหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการปรับลดดอกเบี้ย หลังแนวนโยบายต่างๆ ของ TRUMP ในยุค TRUMP 2.0 กำลังปูทางกดดันให้เงินเฟ้อชะลอตัว อาทิ แผนลดราคาพลังงานในสหรัฐฯ จากการเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศ และยกเลิกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในยุคไบเดน เป็นต้น
นอกจากนี้ กระแสของ TRUMP ในการเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับลดดอกเบี้ย ผ่านกล่าวสุนทรพจน์ในงาน WEF เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังคงมี SENTIMENT มาจนถึงปัจจุบัน
ภาวะดังกล่าวกดดัน BOND YIELD 10 ปี ของสหรัฐฯ ร่วงลงราว 1.9% สู่ระดับ 4.54% ขณะที่ในมุมองตลาดฯ คาดว่า FED อาจปรับลดดอกเบี้ยในนปีนี้ 2 ครั้ง (เดิมคาด 1 ครั้ง) และเกิดเร็วขึ้นเป็นเดือน พ.ค. (เดิมคาดเดือน มิ.ย.) ก่อนหั่นอีกครั้งในเดือน ก.ย.
กระแสดอกเบี้ยขาลงในสหรฐฯ มองเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้น MTC, SAWAD, TIDLOR, BGRIM, GULF, AP, LH เป็นต้น







