posttoday
"ทรัมป์ 2.0" ท้าทายเศรษฐกิจโลก เน้นจัดพอร์ต "ตราสารหนี้-หุ้น" ลดเสี่ยง

"ทรัมป์ 2.0" ท้าทายเศรษฐกิจโลก เน้นจัดพอร์ต "ตราสารหนี้-หุ้น" ลดเสี่ยง

21 มกราคม 2568

"ชวินดา หาญรัตนกูล" KTAM มองเศรษฐกิจโลกปี 2568 ขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญความท้าทายจากนโยบายสหรัฐฯกดดันลงทุน แนะจัดพอร์ตลงทุน "ตราสารหนี้-หุ้น"อย่างสมดุล พร้อมชี้ช่องลงทุนหุ้นต่างประเทศ เน้นธีม Tech และ AI

KEY

POINTS

  • "ชวินดา หาญรัตนกูล" มองเศรษฐกิจโลกปี 2568 ขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญความท้าทายจากนโยบายสหรัฐฯ
  • KTAM แนะจัดพอร์ตลงทุน "ตราสารหนี้-หุ้น"อย่างสมดุล
  • ชี้ช่องลงทุนหุ้นต่างประเทศ เน้นธีม Tech และ AI 

เศรษฐกิจโลกปี 2568 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่อาจมีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนทั่วโลก โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจจะโดดเด่นขึ้น เปรียบเทียบจากการผ่อนคลายกฎระเบียบและการจัดสรรผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจใหม่ ถึงแม้ความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายยังคงอยู่ในระดับที่สูงก็ตาม

ส่วนการขาดดุลการคลังของสหรัฐฯอาจชะลอลงในปีนี้จากการขึ้นอัตราภาษี และอาจเพิ่มขึ้นในปี 2569 หากมีการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 15% ขณะที่จีนอาจจะมีการขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้นเพื่อตอบโต้แรงกดดันจากภายนอก ทำให้หลายประเทศอาจดำเนินนโยบายการคลังที่รัดเข็มขัดขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินจากภาครัฐอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลกได้มากนัก 

ขณะที่ธนาคารกลางในประเทศที่สำคัญๆ อาจจะมีการปรัดลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอลง แต่ความเร็วในการลดดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ 

"ชวินดา หาญรัตนกูล" กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM กล่าวว่า การจัดพอร์ตต้องเน้นความสมดุลมากขึ้นระหว่างการลงทุนในตราสารหนี้ และหุ้น โดยมองโอกาสและปัจจัยที่สำคัญใน "ตลาดตราสารหนี้" โดยธนาคารกลางหลักๆของโลกอาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง รวมถึงตลาดตราสารหนี้ยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง โดยแกว่งตัวระหว่าง “ความหวัง” ของนักลงทุน และ “การดำเนินการ” ของผู้ดำเนินนโยบาย 

โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยยังไม่ได้สูงเหมือนในต่างประเทศ ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความอ่อนแอในประเทศ และความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อประเทศไทยทั้งทางตรงผ่านการส่งออก และทางอ้อมผ่านการอ่อนตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าของไทย ถึงแม้ว่าหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจที่อ่อนแอลง และเงินเฟ้อที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อาจเปิดทางให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยลงได้ 2 ครั้งในปีนี้ 

ตลาดหุ้นไทย มีปัจจัยสนับสนุนจากทิศทางดอกเบี้ยลดลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวซึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน และภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังได้รับความท้าทายจากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของสงครามการค้า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และความสามารถในการบริโภคที่ด้อยลงจากหนี้ครัวเรือน 

สำหรับ "ตลาดหุ้นต่างประเทศ" แม้ว่าจะมีการสะดุดไปบ้างตามเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในปี 2567 ที่ผ่านมา แต่นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่สินทรัพย์เสี่ยงให้ผลตอบแทนที่ดี ในปี 2568 มองว่ายังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยธีมการลงทุนใน Tech และ AI ยังคงสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ดีของรายได้ (Earnings Growth) และคาดว่ายังจะเป็นธีมหลักสำหรับตลาดหุ้นในปีนี้ 

ประกอบกับ "นโยบายของ ทรัมป์ 2.0" คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าในเชิง Valuation หุ้นบางกลุ่มมี Valuation ที่เริ่ม “แพง” มี Forward P/E สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จึงต้องคอยติดตามการประกาศผลประกอบการว่ายังสามารถช่วยสนับสนุนระดับราคาในปัจจุบันได้หรือไม่ 

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวต่อเนื่องยังจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มการเงิน ถึงแม้การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีอยู่ แต่อาจจะช้าหรือเร็วแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละประเทศแต่ละภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความต้องการสินเชื่อในอนาคต อีกทั้ง กระแสการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆของ "ทรัมป์" ส่งผลดีต่อธุรกิจกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน


ถอดบทเรียน "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" พลิกธุรกิจเก่า สู่ "เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ"

ผ่าอาณาจักรแสนล้าน "เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" เช็ค! 23 หุ้นรับอานิสงส์

รู้ก่อนซื้อ! อ่านเกมเล่นหุ้น “คอร์เนอร์แตก” แบบนักลงทุนวีไอพันธุ์แท้

ถอดรหัส Trumpflation จาก Trump 1.0 สู่ 2.0

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69