posttoday

“เซียนฮง-เสี่ยปู่-นเรศ” โผล่ถือ CHAO เปิดเทรดวันแรก 14.70 บาท เหนือจอง 24.58%

09 กรกฎาคม 2567

CHAO เปิดเทรด mai วันแรก บาท พุ่ง % จากราคาไอพีโอ 11.80 บาท พบ 3 เซียนหุ้น “เซียนฮง-สถาพร งามเรืองพงศ์” ถือหุ้นอันดับ 5 สัดส่วน 2.02% “เสี่ยปู่-สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล” ถือหุ้นอันดับ 11 สัดส่วน 0.81% “นเรศ งามอภิชน” ถือหุ้นอันดับ 12 สัดส่วน 0.67%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (9 ก.ค.2567) เป็นวันแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเปิดที่ราคา 14.70 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2.90 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 24.58% จากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 11.80 บาท 
 
ล่าสุด ปิดซื้อขายช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ปรับเพิ่มขึ้น 2.10 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 17.80% มาอยู่ที่ 13.90 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 1,217.44 ล้านบาท

“เซียนฮง-เสี่ยปู่-นเรศ” โผล่ถือ CHAO เปิดเทรดวันแรก 14.70 บาท เหนือจอง 24.58%

ทั้งนี้ CHAO ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” และแบรนด์ “โฮลซัม” แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) ขนมขบเคี้ยว เช่น ข้าวตัง หมูแท่ง (2) ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานและพร้อมปรุง เช่น หมูหยอง กุนเชียง
 
CHAO เสนอราคาขาย IPO ที่ 11.80 บาท/หุ้น จำนวนไม่เกิน 87,684,100 หุ้น คิดเป็น 29.2% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย 

(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัท จำนวนไม่เกิน 46,944,100 หุ้น

(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Sagar Capital Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 22,500,000 หุ้น

(3) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Great Wind Group Limited จำนวนไม่เกิน 18,240,000 หุ้น

โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ 

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้

1.ใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาระบบอัตโนมัติและการปรับปรุงระบบควบคุมคุณภาพ การขยายกำลังการผลิต การก่อสร้างโรงงานโฮลซัมแห่งที่ 2 การลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม และการปรับปรุงระบบความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 
2.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
3.ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้แก่สถาบันการเงิน

ทางด้านผลการดำเนินงานในปี 2564-2566 บริษัทมีรายได้จากการขาย อยู่ที่ 1,152.5 ล้านบาท 1,425.3 ล้านบาท และ  1,509.9 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 64.4 ล้านบาท 86.6 ล้านบาท และ 161.6 ล้านบาท ตามลำดับ 

ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2567 บริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 344.0 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 26.7 ล้านบาท 

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เปิดเผยว่า การนำ CHAO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชื่อว่าจะสามารถช่วยส่งเสริมการเติบโต จากความพร้อมด้านเงินทุนและการขยายกำลังการผลิต 

โดยเตรียมเดินหน้าสร้างโรงงานโฮลซัมแห่งที่ 2 พร้อมยกระดับระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ (Automation) เพื่อรองรับศักยภาพการขยายไปสู่ตลาดระดับโลก พร้อมมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รักษาสถานะผู้นำตลาดข้าวตังและขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อหมู และขยายการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตอบรับเทรนด์การบริโภคในปัจจุบันและในอนาคต  พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัวางเป้าหมายสร้างการเติบโตสู่ตลาดระดับโลกในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ‘เจ้าสัว’ และ ‘โฮลซัม (Wholesome)’ ไปสู่ Global Brand ภายใต้แนวคิด ‘Bring Local to Global’ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด รักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวไทยรูปแบบใหม่ (Modern Thai Snack) ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ กล่าวว่า CHAO ถือเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพพร้อมเติบโต ที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน ด้วยจุดเด่นการเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวไทยรูปแบบใหม่ (Modern Thai Snack) ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มข้าวตัง (78.5% ในปี 2565) และขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อหมู (57.2% ในปี 2565) มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม 

รวมถึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Better-for-You Snack เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคในปัจจุบัน มีแบรนด์เจ้าสัวที่เป็นที่นิยม และได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย รวมทั้งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมายาวนานกว่า 66 ปี สะท้อนผ่านความสามารถในการทำกำไร และมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจที่ชัดเจน 

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในช่วงเติบโต หรือจัดเป็น Growth Stock จากการอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพเติบโต 

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการเสนอขายหุ้น CHAO ถือเป็นหุ้นน้องใหม่ที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจอย่างมาก โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 1,034.67 ล้านบาท ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตให้เจ้าสัวอย่างก้าวกระโดด ตลอดจนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จึงเชื่อมั่นว่า CHAO จะเป็นอีกหนึ่งหุ้นคุณภาพสำหรับนักลงทุนในตลาดทุนไทย

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้น พบว่า นายสถาพร งามเรืองพงศ์ (เซียนฮง) ถือหุ้นอันดับ 5 จำนวน 6,050,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.02% นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล (เสี่ยปู่) ถือหุ้นอันดับ 11 จำนวน 2,433,300 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.81% นายนเรศ งามอภิชน ถือหุ้นอันดับ 12 จำนวน 2,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.67%

“เซียนฮง-เสี่ยปู่-นเรศ” โผล่ถือ CHAO เปิดเทรดวันแรก 14.70 บาท เหนือจอง 24.58%