posttoday
"ภากร"ชี้หุ้นไทยครึ่งปีหลังได้ไปต่อ ชู 7 ธีมลงทุนโดดเด่น

"ภากร"ชี้หุ้นไทยครึ่งปีหลังได้ไปต่อ ชู 7 ธีมลงทุนโดดเด่น

27 มิถุนายน 2567

"ดร.ภากร ปีตธวัชชัย" ฉายภาพหุ้นไทยในครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง อานิสงส์กลุ่มพลังงานทดแทน-ท่องเที่ยว-อาหาร-เฮลท์แคร์หนุน พร้อมชู 7 ธีมการลงทุนโดดเด่นในไทย

     ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา Investment Forum 2024 เจาะขุมทรัพย์ลงทุนยุคโลกเดือด จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ในหัวข้อ "กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทยฝ่าสถานการณ์โลก" ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดว่ามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ด้วยปัจจัยหนุนจากการพลังงานทดแทน , ท่องเที่ยว , อาหาร และเฮลท์แคร์ ฯลฯ แต่ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่างบประมาณภาครัฐจะเข้ามากระตุ้นการลงทุนเมื่อไหร่และอย่างไร 

     ทั้งนี้แนวทางการลงทุนที่เศรษฐกิจไทยมีความโดดเด่น 7 ธีม ดังนี้คือ 

     1. การท่องเที่ยว Well Being นี่คือจุดแข็งประเทศไทย สร้างจุดแข็งโดยการใช้ดิจิตอลอิโคโนมี เราควรนำมาเสริมกัน อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ ทั้ง กลุ่มท่องเที่ยว ,  เกษตร , อาหาร เป็นต้น  

     2. การใช้งบลงทุนของภาครัฐ ซึ่งในปีนี้คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณออกมาเยอะ รับเหมาฯ , สินค้าอุปโภคบริโภค การพาณิชย์ และอาหารเครื่องดื่ม ต้องลุ้นต่อว่าทางภาครัฐจะนำเงินออกมาใช้เมื่อไหร่และรูปแบบไหน 

     3. การย้ายฐานการผลิต โลกกำลังเดือดเรื่อง Geopoliticle เราจะทำอย่างไรที่จะชักชวนนักลงทุนจากทั่วโลกที่กังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ซึ่งภาครัฐมีนโยบายต่างๆออกมา ทั้ง Longterm Visa , Bord of Investment จะทำอย่างไรให้การเข้ามาลงทุนทำได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจที่จะได้รับปัจจัยบวกคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักรและยานยนต์ , อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ , อุตสาหกรรมดิจิตอล , เกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมอื่นๆที่ใช้พลังงานและสิ่ต่างๆที่ประเทศไทยมีพร้อม

     "ประเทศไทยมีความพร้อมทุกด้าน ทั้ง อาหารการกิน, ระบบขนส่ง, การเดินทาง โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำไมเราจะเป็นเป้าหมายหลักในการย้ายฐานการลงทุนไม่ได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันผลักดันในอนาคต"

     4. Global Play ภาคธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศค่อนข้างมาก เช่น สนามบิน AOT เคยเป็นสนามบินใหญ่อันดับ  FDI ถ้ามาในไทย ของโลก แต่ในปัจจุบันติดอันดับ 2 และบริษัทอื่นๆอีกมากมาย ทั้ง อาหาร , โรงแรม ฯลฯ บริษัทของไทยถือว่าติดอันดับต้นๆของโลกมีรายได้จากต่างประเทศเป็นหลักล้านล้านบาทต่อปี ดังนั้นการซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนไทยก็คือการลงทุน Global Play รูปแบบหนึ่ง ทั้งนี้จะเห็นว่าผลตอบแทนของ SET Global Big Cap และ SET Global Mid&Small Cap ค่อนข้าง Outperform ราว 50-60% ส่วน SET Global Large Cap ผลตอบแทน Outperform ตลาด ราว 10%

     5. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน (Sustainability) แม้ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยยังไม่ฟื้นตัวมากในลักษณะ K-Shape แต่หุ้นไทยที่อยู่ในดัชนี DJSI ถือว่าปรับตัวดี  

     6. ธีม Dividend Play ในตลาดมีมากกว่า 30 บริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง จ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีติดต่อกัน รวมทั้งธุรกิจมีโอกาสเติบโตในอนาคต ดังนั้นถ้าหากนักลงทุนเลือกพอร์ตหุ้นที่เหมาะสม พอร์ตการลงทุนก็จะ Outperform ได้ 

     7. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ New Economy การที่เศรษฐกิจจะเติบโต 100-200%ได้ต้องมาจากธุรกิจใหม่ ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าบริษัทจดทะเบียนไทยในตลาดไม่มีธุรกิจใหม่ๆ เพราะในความเป็นจริงมีถึง 165 บริษัทที่อยู่ใน Sector ใหม่ๆ ทั้ง ดิจิทัล และ อี-คอมเมิร์ซ , สุขภาพ , เชื้อเพลิงชีวภาพ และยานยนต์สมัยใหม่ เป็นต้น 

     อย่างไรก็ดี การลงทุนมีความเสี่ยง ทั้งในเรื่อง Geopoliticle Risk , อัตราเงินเฟ้อ และนโยบายการเงิน ถ้าดอกเบี้ยสูงสภาพคล่องในโลกไม่มี , การทยอยฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และ การจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่ไม่สามารถประเมินได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท