
SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370-1,385 จุด แนะ “Selective Buy” ชู OSP และ ADVANC
SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370-1,385 จุด ความหวังการลดดอกเบี้ยเฟดของตลาด ยังเป็นปัจจัยหนุน กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ OSP และ ADVANC
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ความหวังการลดดอกเบี้ยเฟดของตลาด ยังเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตาม แนวต้านบริเวณ 1,380-1,385 จุด ยังไม่สามารถขึ้นทะลุผ่านได้ ทำให้กรอบบนยังถูกจำกัดบริเวณนี้ ส่วนกรอบล่างมีแนวรับอยู่ที่ 1,370 และ 1,365 จุด ตามลำดับ ทำให้คาด SET มีแนวโน้มเคลื่อนไหวภายในกรอบระหว่าง 1,370-1,385 จุด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยยังให้น้ำหนักกับการติดตามโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2567 ของกลุ่ม Real Sector ที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้เป็น สัปดาห์สุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะยังเห็นภาพการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่ช้า ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐและยูโรโซนที่จะประกาศออกมาคาดยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลง ซึ่งอาจกดดันตลาดการเงินในช่วงสั้นได้ อย่างไรก็ดี ภาพการผลิตของจีนคาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1) หุ้นธีม Earning Play สำหรับเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/2567 ซึ่งคาดจะเติบโตดี YoY และจะประกาศในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาก เลือก AOT BDMS BEM ERW MINT BCH OSP
2) สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้นคาดมีโมเมนตัมกำไรไตรมาส 2/2567 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ เลือก BEM KCE HMPRO THRE TIDLOR
3) สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง และรายงานสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นทิศทางตามฤดูกาล ในกรณีฐานที่เป็นสงครามเงา ราคาน้ำมันดิบ Bent จะอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นการมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ OSP ไตรมาส 2/2567 คาดผลประกอบการดีต่อเนื่อง หนุนจากช่วงไฮซีซั่นของยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง การควบคุมต้นทุนขายและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง ปรับประมาณการกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้นสู่ 2.75 พันล้านบาท (+14.7%YoY) จากบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นและการฟื้นตัวของยอดขาย
ADVANC ไตรมาส 2/2567 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากรายได้ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาดค่าใช้จ่ายในการบริหารจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก synergy ด้านต้นทุนเริ่มเห็นผลแล้ว คาดกำไรปี 2567 จะเพิ่มขึ้นสู่ 3.16 หมื่นล้านบาท (+10.9% YoY)







