
1350 ขีดสุดหลุดต้องพัก! ประชุมเฟดตามหลอนฟันด์โฟลว์ไหลออก
โบรกเคาะกรอบหุ้นไทยวันนี้ 1,360 - 1,380 จุด เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ บวกราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นสูงหนุน แต่ระวังฟันด์โฟลว์ไหลออกก่อนประชุม FED วันที่ 30 -31 ม.ค.นี้ฉุดดัชนีผันผวน
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์ (26 ม.ค.67) SET Index ลดลง 8 จุด (-0.58%) ปิดที่ระดับ 1,368 จุด Fund flow ต่างชาติยังไหลออกกดดันหุ้น Big cap นำลงโดย กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก และ นิคมอุตสาหกรรม
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้(29 ม.ค.67)ประเมิน SET แกว่งตัว 1,360 - 1,380 จุด แม้จะได้ Sentiment บวกจากเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัวโดยดัชนี PCE ทั่วไปเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.2% รวมถึงราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือนจากคาดการณ์ดีมานด์ของสหรัฐ-จีนฟื้นตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม Fund flow ต่างชาติไหลออกเพื่อลดความเสี่ยงก่อนการประชุม FED วันที่ 30 -31 ม.ค.67 ฝ่ายวิเคราะห์คาดคงดอกเบี้ย 5.5% ซึ่งการขายลดเสี่ยงจะกดดันให้ดัชนีผันผวน
"กราฟ SET วันก่อนอ่อนตัวลงส่งผลให้ภาพรวมยังคงอยู่ในช่วงพักตัวและปิดใต้เส้น EMA 10 วันต่อเนื่อง ประกอบกับเครื่องมือ MACD บวก RSI ทิ้งตัวลงเป็นสัญญาณลบกดดันต่อภาวะตลาดในช่วงนี้ ดังนั้นประเมินว่า SET จะอ่อนตัวแนวรับ 1,365 / 1,360 จุด ทั้งนี้แนะนำซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัวโดย Cut loss หากหลุด 1,350 จุด"
หุ้นแนะนำวันนี้
ERW (ปิด 5.15 ซื้อ / เป้า 6.40 บาท) มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศคิดเป็น 90%ของรายได้รวม คาดได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงกลางเดือน ก.พ. และจากนั้นจะ ได้ผลบวกจากมาตรการฟรีวีซ่าไทยจีนซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 2024 เป็นต้นไป
TU (ปิด 15.20 ซื้อ / เป้า 20 บาท) TU เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นกู้เพื่ออนุมัติให้ จ่ายเงินปันผล ซึ่งเราคาดว่าบริษัทจะได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้ให้จ่ายเงินปันผลได้ เพราะผลขาดทุนจาก Red Lobster เป็นเพียงรายการทางบัญชีไม่กระทบ กระแสเงินสดเบื้องต้นคาด DPS ปี 2023 และ 2024 ที่ 0.57 และ 0.78 บาท ให้ Dividend yield 3.8% และ 5.1% ตามลำดับ
ประเด็นสำคัญวันนี้
(+/-) ส่งออกไทยเดือน ธ.ค. โต 4.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ การลงทุนให้เน้นโฟกัสรายกลุ่มสินค้า : ก.พาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือน ธ.ค.โต 4.7% yoy ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน แต่ต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 6% การลงทุนเน้นโฟกัสรายกลุ่มสินค้าที่เติบโตดี อาทิ กลุ่มยางพารา ยอดส่งออกโต 13.2% yoy ขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และ กลุ่มส่งออก อาหารสัตว์มียอดส่งออกโต 14.47%yoy ขยายตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
(+) กลุ่มท่องเที่ยว – รับผลบวก รมว. ต่างประเทศไทยจีนร่วมลงนามฟรีวีซ่าระหว่างกันมีผล 1 มี.ค.67 : เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รมว.ต่างประเทศของไทยและจีนร่วมลงนามข้อตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหรือให้ฟรีวีซ่า ระหว่างกัน ระยะเวลาพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน หรือรวมกันในช่วง 6 เดือน ต้องไม่เกิน 90 วัน เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยมี Top
pick ในเชิงกลยุทธ์ คือ ERW MINT AAV และ AOT
(+/-) ดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเดือน ธ.ค. Headline PCE ทรงตัว แต่ Core PCE ปรับตัวลง : โดย Headline PCE ทรงตัวที่ระดับ 2.6% ตามเดิม แต่ Core PCE ลดลงสู่ระดับ 2.9% จาก 3.2% ในเดือน พ.ย. และต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 3% อย่างไรก็ตามการลดลงดังกล่าวยังห่างจากเป้าหมาย ของเฟดที่ 2% ทำให้โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเดือน มี.ค. มีความเป็นไปได้ น้อยลง และอาจจะเห็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในช่วงเดือน พ.ค.







