posttoday

น้ำมันร่วงกว่า 2%กดหุ้นพลังงานลงต่อ SETแกว่งกรอบ 1370-1390จุด

04 ธันวาคม 2566

โบรกส่องเกมหุ้นไทยวันนี้เผชิญราคาน้ำมันร่วงกว่า 2% กดหุ้นพลังงานลงต่อ แนะเก็งกำไรตามกรอบ 1,370 - 1,390 จุด เลือกหุ้นมีสตอรี่บวกเฉพาะตัว

     ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์ SET Index เพิ่มขึ้น 0.13 จุด (+0.01%) ปิดที่ระดับ 1,380 จุด ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบตลาดไม่มีปัจจัยหนุนใหม่นักลงทุนหมุนกลุ่มเก็งกำไรเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มอิเล็กฯ กลุ่มเดินเรือ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

     แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้(4 ธ.ค.2566)ประเมิน SET แกว่งตัว 1,370-1,390 จุด แม้ดัชนีจะได้แรงหนุนจากประธาน FED สนับสนุนว่าอัตราดอกเบี้ยอาจแตะระดับสูงสุดแล้วส่งผลให้ US bond yield และ เงิน USD อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงมากกว่า 2% หลังดัชนีภาคการผลิตสหรัฐเดือน พ.ย. ยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอที่ระดับ 46.7 ซึ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน ดังนั้นจึงแนะนำ Selective buy กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเช่นเดิม

     กราฟ SET เป็นแนวโน้มขาลงโดยล่าสุดแกว่งตัวแคบๆปิดใต้เส้น EMA 10 วัน พร้อมสัญญาณเครื่องมือ MACD + RSI หักหัวลงกดดันภาวะตลาด อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีไม่หลุด Low เดิมจึงมีโอกาสสลับรีบาวด์ขึ้นได้ ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัว 1,370 - 1,390 จุด จึงแนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวโดย Cut loss หากดัชนีหลุด 1,365 จุด 

     หุ้นแนะนำวันนี้ MTC (ปิด 43.75 ซื้อ / เป้าสูงสุด IAA Consensus 56 บาท) ดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ล่าสุด กนง. คงดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ขณะที่ FED Meeting สัปดาห์คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.5% ตามเดิม ด้าน US Bond yield ปรับลงต่อเนื่องล่าสุดแตะระดับ 4.19% ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

     WHA (ปิด 5.15 ซื้อ / เป้า 5.40 บาท) คาดยอดขายที่ดินจะพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้และปีหน้าที่ 2,700 ไร่ และ 3,000 ไร่ตามลำดับจากยอดซื้อของกลุ่ม EV car และมี Upside จากกลุ่มทุนสหรัฐเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจ Data Center ของ Google, Microsoft และ รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla 

ประเด็นสำคัญวันนี้

     (-) ภาคการผลิตของสหรัฐยังไม่ฟื้นดัชนี PMI การผลิตเดือน พ.ย. หดตัวเป็น เดือนที่ 13 ติดต่อกัน : เมื่อวันศุกร์สหรัฐรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM ในเดือน พ.ย. ทรงตัวที่ระดับ 46.7 แต่น้อยกว่าที่ Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 47.6 ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับดัชนีที่ต่ำกว่า 50 ซึ่งสะท้อนภาคการผลิตยังหดตัวเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน(กังวลกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ มากขึ้น)

     (+) ประธานเฟดส่งสัญญาณจะใช้นโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง ตลาด ตีความดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดแล้ว : นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวสุนท รพจน์ที่เมืองแอตแลนต้าของสหรัฐ โดยครั้งนี้ประธานเฟดระบุว่าจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังไม่ให้เข้มงวดหรือผ่อนคลายมากเกินไปสะท้อนว่า เฟดจะตึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม หรือบ่งชี้ว่าดอกเบี้ยขาขึ้นสิ้นสุดลงแล้วเป็นบวกกับการลงทุนในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น

     (-) น้ำมันดิบร่วงแรงเป็นวันที่ 2 กังวลเศรษฐกิจชะลอตัวกดดันดีมานด์ : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงอีก 1.89$ (-2.49%) ปิดที่ระดับ 74.07$/bbl ร่วงแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้นหลังภาคการผลิตของสหรัฐยังหดตัวอย่างต่อเนื่อง หากปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอยจะทำให้ดีมานด์พลังงานลดลงกดดันราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

ข่าวล่าสุด

MEA หนุนฟุตซอลไทยลีกปีที่ 3 ดันซอฟต์พาวเวอร์ก้าวสู่ระดับเอเชีย