
SET ลุ้นฟื้นตัวแถวบริเวณ 1,370-1,380 จุด
SET ลุ้นฟื้นตัวแถว 1,370-1,380 จุด ตามรูปแบบการเคลื่อนไหว sideways กลยุทธ์การลงทุน "Selective Buy” แนะนำ AOT และ GULF
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ลงมาแถวบริเวณกรอบล่าง โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,380 และ 1,370 จุด ตามลำดับ ที่คาดมีโอกาสฟื้นตัวจากแนวรับดังกล่าว ตามรูปแบบการเคลื่อนไหว sideways ด้านกรอบบนอยู่ที่แนวต้าน 1,398 จุด ใช้เป็นจุดติดตาม หากขึ้นทะลุผ่านได้จะเป็นสัญญาณบวกต่อภาพการฟื้นตัว โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,410 จุด
ทั้งนี้ มองช่วงสั้น SET จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ตลาดและเราคาดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ขณะที่คาดจะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุน TESG ทยอยเข้ามาหลัง บลจ. เริ่มขายตั้งแต่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดหุ้นไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ในธีมที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG เพื่อกระตุ้นการลงทุนใน ตลท. ระยะยาว เราได้คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ ดังนี้ (I) ได้ ESG Rating “AAA” หรือ "AA" และ (II) ราคาหุ้น ปรับตัวลงแรงกว่า SET YTD เลือก SCGP OR CPALL BEM GULF CRC HMPRO
2) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG เพื่อกระตุ้นการลงทุนใน ตลท. ระยะยาว คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่ได้ ESG Rating "AAA" และราคาหุ้นปรับ ดีกว่า SET YTD อีกทั้งผลการดำเนินงานยัง แข็งแกร่ง และคาดให้ Div. Yield มากกว่า 5% ต่อปี เลือก PTT KTB
ช่วงสั้นแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัยจากแผ่นปรับขึ้นค่าแรงขั่นต่ำของรัฐบาล ซึ่งจะมีการประชุม ครม. 12 ธ.ค.นี้ ได้แก่ กลุ่มขนส่งพัสดุ (KEX) กลุ่มอาหาร (CPF ZEN GFPT TU AU) กลุ่มอสังหาฯ (LPN PSH SPALI SIRI QH AP) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE)
ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากกาวะเอลนีโญที่จะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT BTG)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AOT ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นลดลง 12% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน ซึ่งมองสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ขณะที่เราประเมินระดับราคา 57-60 บาท/หุ้น เป็นแนวรับขาลง และเชื่อว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว หลังคาดกำไรยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว
GULF มองเป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “AA” และเรายังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง โดยไตรมาส 3/2566 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากโรงไฟฟ้า IPP (GPD) อีก 1 หน่วย เริ่มดำเนินการแล้วในเดือน ต.ค. รวมทั้งจะมีกำไรจาก Jackson Generation เพิ่มขึ้นด้วย







