posttoday
บจ.mai กำไร 9 เดือนแรกปีนี้วูบ 35% หลังต้นทุนขายบริหารพุ่ง

บจ.mai กำไร 9 เดือนแรกปีนี้วูบ 35% หลังต้นทุนขายบริหารพุ่ง

24 พฤศจิกายน 2566

"ประพันธ์ เจริญประวัติ"เผยบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานกำไร 9 เดือนแรกปี 2566 มียอดขายรวม 145,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% กำไรสุทธิรวม 5,479 ล้านบาท วูบ 35% เหตุค่าใช้จ่ายการขายและบริหารพุ่ง

     นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ใน mai จำนวน 204 บริษัท คิดเป็น 96% จากทั้งหมด 212 บริษัท (มี 3 บจ. ที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และ 4 บจ.ที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดย 9 เดือน ปี 2566 พบ บจ. รายงานกำไรสุทธิจำนวน 140 บริษัท คิดเป็น 69% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

     ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2566 ของ บจ. mai เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายรวม 145,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% มีต้นทุนขาย ลดลง 0.3% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 24.8% เป็น 25.9% อย่างไรก็ดี บจ. มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มสูงขึ้น 13.4% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 12.9% อยู่ที่ 9,282 ล้านบาท โดย บจ. มีกำไรสุทธิรวม 5,479 ล้านบาท ลดลง 35%

     ด้านผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 บจ. มียอดขายรวม 49,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% ต้นทุนขาย 36,625 ลดลง 0.1% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 25.3% เป็น 25.9% อย่างไรก็ดี การที่ บจ. มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้นถึง 10.8% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 15.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

      “9 เดือนปี 2566 แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย แต่ด้วยปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายโดยรวมในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิโดยรวมของ บจ. ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตทั้งยอดขาย และกำไรจากการดำเนินงาน ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง” นายประพันธ์กล่าว

     ด้านฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 332,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2565 และโครงสร้างเงินทุนรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.77 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 2565 ที่เท่ากับ 0.80 เท่า

     ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 212 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 405.60 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 419,268 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 2,305 ล้านบาทต่อวัน

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล