
1400 ยืนให้มั่น! หุ้นไทยไร้ข่าวดี-ราคาน้ำมันสายย่อรอประชุมโอเปกพลัส
หุ้นไทยไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ราคาน้ำมันดิบร่วงหลังโอเปกพลัสเลื่อนประชุม กดหุ้นพลังงาน กูรูเคาะกรอบ 1,400 - 1,415 จุด Cut loss หากหลุด 1,400 จุด
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ลดลง 8 จุด (-0.53%) ปิดที่ระดับ 1,407 จุด จากแรงขายหุ้นกลุ่ม ท่องเที่ยวนำโดย AOT (-6%) กังวลจำนวนนักท่องเที่ยวจีนพลาดเป้าปีนี้และปีหน้า
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้(24 พ.ย.66)ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,400 จุด เนื่องจากภาวะตลาดขาดปัจจัยใหม่ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงหลังโอเปกพลัสเลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 30 พ.ย.จะเป็นแรงกดดันต่อกลุ่มพลังงาน
อีกทั้ง Fund flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องจะเป็นตัวฉุดดัชนีให้ผันผวน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีแรงซื้อกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
กราฟ SET แม้จะอยู่ช่วงกลับตัว W shape แต่ล่าสุดดัชนีทรุดตัวลงหลุดเส้น EMA 10 วัน พร้อมเครื่องมือ MACD กับ RSI ให้สัญญาณขัดแย้งกันส่งผลให้ภาวะตลาดผันผวนง่าย ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัว 1,400 - 1,415 จุด จึงแนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวโดย Cut loss หากดัชนีหลุด 1,400 จุด
หุ้นแนะนำวันนี้ คือ WHA (ปิด 4.98 ซื้อ/เป้า 5.40 บาท) ยังเกาะกระแสภาคเอกชนรายใหญ่จากสหรัฐ อาทิ Google และ Microsoft จะเข้ามาสร้าง Data Center ในไทย โดยเฉพาะ Microsoft คาดว่าจะใช้ที่ดินประมาณ 400-500 ไร่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับ WHA
และ หุ้น NYT (ปิด 3.92 ซื้อ/เป้า 5 บาท) มี Sentiment บวก ส.อ.ท. รายงานยอด ส่งออกรถยนต์เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 105,726 คัน เพิ่มขึ้น 8.5%mom และ 12.2%yoy คาดหนุนกำไรสุทธิ 4Q23 โตต่อเนื่อง หลังจากที่ 9M23 มีกำไร แข็งแกร่งคิดเป็น 88% ของคาดการณ์ทั้งปี, NYT มีปันผลต่อปีประมาณ 9%
ประเด็นสำคัญวันนี้
(+/-) กลุ่ม Auto – ยอดส่งออกรถยนต์ดีต่อเนื่องแต่ยอดผลิตและขายในประเทศยังอ่อนแอ: ส.อ.ท.รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค. ที่ 158,734 คัน ลดลง 3.3%mom และ 7%yoy เป็นลบกับ AH SAT, มียอดขายในประเทศ 58,963 คัน ลดลง 5%mom และ 8.8%yoy เป็นลบกับ KKP TISCO TCAP และ สุดท้ายมียอดส่งออก 105,726 คัน เพิ่มขึ้น 8.5%mom และ 12.2%yoy เป็นบวกกับ NYT
(+) สัปดาห์หน้าประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% ตามเดิม: แบงก์ ชาติเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยเมื่อเดือน ส.ค. ปี 22 จากระดับ 0.5% เป็น 0.75% จากนั้นปรับขึ้นดอกเบี้ย 8 ครั้งติดต่อกันสู่ระดับ 2.5% ในปัจจุบันนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อบ้านเราที่ติดลบ, GPD 3Q23 โตลดลงและต่ำกว่าที่ตลาดคาดจึงเป็นไปได้สูงที่ กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% ตามเดิมเป็น Sentiment บวกกับกลุ่มไฟแนนซ์
(+) สหรัฐจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ (PCE) เดือน ต.ค.บ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด: สัปดาห์หน้า (30 พ.ย.) สหรัฐจะรายงานดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภค (PCE Price Index) ซึ่งเป็นตัวแทนเงินเฟ้อที่เฟดใช้เป็นเป้าหมายในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เรามองบวกคาด PCE จะปรับลงในทิศทางเดียวกับ CPI หนุนเฟดคง ดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดย Consensus คาด Headline PCE จะลดลงเป็น 3.1% จาก 3.4% และคาด Core PCE จะลดลงเป็น 3.5% จาก 3.7% ในเดือน ก.ย.







