posttoday
TIDLOR โชว์งบไตรมาส 3/66 กำไรนิวไฮ 1,007 ล้าน หั่นเป้า NPL ปีนี้เหลือ 1.65%

TIDLOR โชว์งบไตรมาส 3/66 กำไรนิวไฮ 1,007 ล้าน หั่นเป้า NPL ปีนี้เหลือ 1.65%

07 พฤศจิกายน 2566

TIDLOR อวดงบไตรมาส 3/66 กำไรนิวไฮ ทะลุ 1,000 ล้านบาท รับธุรกิจนายหน้าประกันภัยและสินเชื่อโตต่อเนื่อง หนุนกำไร 9 เดือนแรก โต 2.3% แตะ 2,889 ล้านบาท คุม NPL ลดลงเหลือ 1.51% หั่นเป้าทั้งปี 66 เหลือ 1.65% โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 30 บาท

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 901 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 4,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,930 ล้านบาท  

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,574 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้น ตามการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 91,888 ล้านบาท ขยายตัว 21.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยบัตรติดล้อยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสนับสนุนการเติบโตธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งปริมาณการใช้งานบัตรยังคงขยายตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคงรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อได้เป็นอย่างดี 

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ระดับ 1.51% ลดลงจาก 1.54% ในไตรมาสก่อน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และยังคง NPL coverage ratio ในระดับสูงที่ 264% เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่วนของต้นทุนด้านเครดิต (Credit Cost) ในปีนี้ ยังคงอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้

นอกจากธุรกิจสินเชื่อ อีกธุรกิจหลักซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทแข็งแกร่ง คือ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยดำเนินธุรกิจภายใต้ แบรนด์ “ประกันติดล้อ” ซึ่งเป็นแบรนด์นายหน้าประกันภัยที่มุ่งเน้นลูกค้ารายย่อยอันดับ 1 ที่มีจุดเด่นด้านการให้คำปรึกษาและเสนอขายประกันภัยอย่างใกล้ชิด (Face-to-Face Marketing) 

โดยในไตรมาส 3/2566 เบี้ยประกันวินาศภัยขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือน ปี 2566 มียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 6,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเติบโตได้ดีทั้งช่องทางออฟไลน์ ช่องทางดิจิทัล และแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์ 

TIDLOR โชว์งบไตรมาส 3/66 กำไรนิวไฮ 1,007 ล้าน หั่นเป้า NPL ปีนี้เหลือ 1.65%

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,823 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 13,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากวงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,907 ล้านบาท

“ในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2566 เรายังคงสามารถสร้างผลประกอบการที่ดี ถึงแม้ภาคอุตสาหกรรมการเงินจะได้รับแรงกดดันจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง และปัจจัยด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่มีความไม่แน่นอน แต่บริษัทยังคงสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงมุ่งเน้นการใช้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งด้านธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างต่อเนื่อง” นายปิยะศักดิ์ กล่าว

ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมและธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และต้นทุนด้านเครดิต (Credit Cost) อยู่ในทิศทางตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และทำการปรับลดเป้า NPL ในปีนี้ลงจากไม่เกิน 1.8% มาที่ไม่เกิน 1.65% 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุม รวมถึงมีการตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ 

โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นการเติบโตพอร์ตอย่างมีคุณภาพภายใต้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่เข้มงวดและนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมาย ในขณะที่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้ ณ เดือน ต.ค.2566 บริษัทยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ที่ระดับ “A” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” จากทริสเรทติ้ง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับสูงสุดในผู้เล่นอุตสาหกรรมเดียวกัน และได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) เป็นครั้งแรก

บล.กรุงศรี พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมอง Slightly Positive ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 ที่ 1,007 ล้านบาท ดีกว่าคาด เพราะค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ต่ำคาด โดยกำไรเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน ผลักดันจาก 1.สินเชื่อรวมเติบโต 21% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน คิดเป็น เพิ่มขึ้น 13% YTD จากความต้องการสินเชื่อที่มีอยู่มาก ความสำเร็จของบัตรติดล้อ และการเปิดสาขาเพิ่ม 2.การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมการขายประกัน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL Ratio อยู่ที่ 1.51% ลดลงจากไตรมาส 2/2566 ที่ 1.54%

ดังนั้น คงคำแนะนำ BUY และคงราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 30 บาท จากภาพรวม TIDLOR ที่ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2566-ปี 2567 คาดฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ทั้งการควบคุมเรื่องหนี้เสีย และความเพียงพอในการตั้งสำรองหนี้เสีย รวมทั้งราคาหุ้นปรับระดับลง 19% YTD มองว่าราคาหุ้นตอบรับปัญหาเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ไปแล้ว 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง