
SET ฟื้นตัวจำกัด จับตาถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้
SET ฟื้นตัวจำกัด จับตาถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ย กลยุทธ์การลงทุน “โอกาสชื้อลงทุน” แนะนำ BBL และ BCP
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า การฟื้นตัว SET มีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน1,450 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยมองความไม่แน่นอนเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และนักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ย ทำให้การฟื้นตัวถูกจำกัด ด้านแนวรับอยู่ที่1,430 และ 1,420 จุด ตามลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวหรือรีบาวด์ได้ โดยแม้ตลาดจะยังกังวลภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในอิสราเอล แต่ยังได้แรงหนุนจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายออกมาหนุนยุติปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐชะลอลง และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า (เงินบาทกลับมาแข็งค่า)
อีกทั้งยังมีความคาดหวังจากจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวม 1 ล้านล้านหยวน และคาดยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามาช่วยหนุนดัชนี กลยุทธ์ลงทุนจึงมองเป็น “โอกาสชื้อลงทุน” ในธีมปัจจัยเฉพาะตัวดังนี้
1) หุ้นเก็งกำไร ซึ่งคาดได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปรับขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูง หลังกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบอุปทานน้ำมัน เลือก PTTEP BCP
2) หุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold และยังมีพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง (PER และPBV 23F ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เลือก CPALL TOP CPN BDMS MINT
3) หุ้นที่มี Earning Growth แข็งแรง (กำไรมีโมเมนตัมดีต่อเนื่อง) และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาหุ้นสามารถชนะตลาดได้ เลือก AMATA BBL KTB BCH KLINIQ
สำหรับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว แม้ปีนี้ยังประมาณการตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยที่ 28 ล้านคน และปีหน้า 35 ล้านคน แต่ช่วงสั้นคงต้องระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่อิงรายได้จากในประเทศ (AOT ERW CENTEL) ก่อนเพื่อรอดูการฟื้นตัวความ เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับ ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบต่อกำลังชื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MIC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BBL คาดกำไรโตแข็งแกร่งสุดในกลุ่ม เพราะ NIM จะขยายตัวมากที่สุด หลังได้ประโยชน์จากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 25 bps ขณะที่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 20-25 bps และคงดอกเบี้ยเงินฝากออม ทรัพย์ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมี Upside 8 bps
BCP ไตรมาส 3/2566 คาดกำไรเติบโต YoY และ QoQ แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นและกำไรสินค้าคงคลัง ขณะที่ valuation ยังไม่แพง โดยมี PER 66F ระดับ 5.3 เท่า และ PBV 0.7 เท่า (-1SD) อีกทั้งคาด Div. Yield ปี 2566 น่าสนใจในระดับ 5.7% และจะเพิ่มขึ้นสู่ 8% ในปี 2567







