
GULF เซ็นขายไฟโซลาร์ฟาร์ม 649.3 MW กูรูมองบวกแนะเก็งกำไรสั้น
GULF เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กฟผ. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิตรวม 649.3 เมกะวัตต์ ฟากโบรกมองบวก คลายกังวลการลงนามในสัญญา PPA รอบรับซื้อ 5.2GW แนะเก็งกำไร ราคาเหมาะสมปี 2566 ที่ 54.50 บาท
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯวันนี้(18 ต.ค.66)ว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มีมติเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพื่อลดอัตราค่าไฟฟ้าและมุ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง
ซึ่งกลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นข้อเสนอตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังกล่าว และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนนั้น
บริษัทฯขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 กลุ่มบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน "บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด" ในสัดส่วนร้อยละ 100ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (solar farms) และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (solar farms withbattery energy storage systems) จำนวนรวม 12 โครงการ มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 649.31 เมกะวัตต์
โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ระหว่างปี 2567 – 2568 ซึ่งโครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่าได้เข้าลงนามในสัญญา PPA กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับคัดเลือกในการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรอบ 5.2GW ของ กกพ. (ทั้งรูปแบบติดตั้งบนพื้นดินและแบบมีระบบกักเก็บพลังงาน) จำนวน 12 โครงการ กำ ลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 649MWe มีกำหนด COD ระหว่างปี 67-68
โดยโครงการที่มีการลงนามในสัญญา PPA ในครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 38% ของกำลังผลิตของบริษัทฯที่ได้รับคัดเลือกในการรับซื้อรอบ 5.2GW
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 12 โครงการ สามารถแบ่งออกเป็น โครงการที่มีกำหนด COD ในปี 2567 จำนวน 295MWe ซึ่งประกอบไปด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 3 โครงการ (รวม 160MWe) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงาน จำนวน 2 โครงการ (รวม 135 MWe) เบื้องต้นคาดเพิ่มกำไรให้กับบริษัทฯ ได้ราว 180-240 ล้านบาท/ปี คิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของกำไรปี2567
โครงการที่มีกำหนด COD ในปี 2568 จำนวน 354MWe ซึ่งประกอบไปด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 5 โครงการ (รวม 233MWe) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงาน จำนวน 2 โครงการ (รวม 121MWe) เบื้องต้นคาดเพิ่มกำไรให้กับบริษัทฯได้ราว 210-280 ล้านบาท/ปี คิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของกำไรปี 2568
ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าวเนื่องจากจะส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับการลงนามในสัญญา PPA สำหรับรอบการรับซื้อ 5.2GW ของตลาดเริ่มคลี่คลายลง (ในช่วงก่อนหน้าศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการลงนามในสัญญา PPA สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลม) เบื้องต้นคงคำแนะนำ “TRADING” ที่ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ที่ 54.50 บาท/หุ้น







