บีทีเอส กรุ๊ปฯจ่อขายหุ้นกู้4 รุ่นดอกเบี้ย3.60–4.95%คว้าเครดิตA-
บีทีเอส กรุ๊ปฯ จ่อขายหุ้นกู้ที่อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A- จากทริสเรทติ้ง เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปจำนวน 4 รุ่น คาดจ่ายดอกเบี้ย 3.60 – 4.95% ต่อปี
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ “บีทีเอส กรุ๊ปฯ” เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น
ประกอบด้วย รุ่นอายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.60-3.90]% ต่อปี รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.20-4.50]% ต่อปี รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.60-4.90]% ต่อปี และรุ่นอายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.75-4.95]% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยจะประกาศผลตอบแทนที่แน่นอนให้ทราบในภายหลัง
ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป โดยคาดว่าจะเสนอขายในระหว่างวันที่ 30 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน 2566 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-” เช่นเดียวกับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ โดยมีแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 โดยทริสเรทติ้ง ระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ จากการมีรายได้ค่าบริการที่สม่ำเสมอจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง (รายได้จากการให้บริการ O&M) ตลอดจนการมีกระแสเงินสดรับจำนวนมากจากการลงทุนในสัดส่วน 33.33% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF) และสถานะที่มั่นคงในธุรกิจสื่อโฆษณาของบริษัทฯ
สำหรับเหตุผลของการจัดอันดับเครดิตดังกล่าวนั้น ทริสเรทติ้งเปิดเผยว่าสะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ O&M และการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณา นอกจากนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งที่กรุงเทพมหานครจะจ่ายคืนหนี้ที่ค้างอยู่ให้แก่บริษัทในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ปัจจุบัน บีทีเอส กรุ๊ปฯ ดำเนินธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1) ธุรกิจ MOVE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการการคมนาคมแบบ door-to-door แก่ผู้โดยสารด้วยรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางราง ทางถนน ทางน้ำหรือทางอากาศ และเป็นผู้บุกเบิกรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี
2) ธุรกิจ MIX หรือผู้ให้บริการทางการตลาดในรูปแบบ Offline-to-Online โซลูชั่นส์ ที่ได้นำการใช้ Smart DATA ในการเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกว่า 40 ล้านรายการจากแพลตฟอร์มธุรกิจสื่อโฆษณา (Advertising) ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล (Digital Services) ธุรกิจการจัดจำหน่าย (Distribution) และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดบริการด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในทุก ๆ จุดของการเดินทางเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น
และ 3) ธุรกิจ MATCH ที่เป็นการแสวงหาโอกาสและความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการแบ่งปันข้อมูลภายใต้แพลตฟอร์มของบริษัทฯ MOVE และ MIX ให้แก่กลุ่มบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ
นางสาวชวดีกล่าวว่า วันนี้เราเป็นมากกว่าบริษัทที่ให้บริการด้านระบบขนส่งมวลชน (Beyond Transportation Company) ภายใต้กลยุทธ์ 3M : MOVE, MIX และ MATCH ทำให้เราสามารถขยายไปสู่ธุรกิจที่มีความหลากหลาย มีศักยภาพในการเติบโต สอดรับกับไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคดิจิทัล
ดังนั้นจึงมั่นใจว่า การดำเนินธุรกิจด้วยรูปแบบดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และจะช่วยยกระดับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต ซึ่งเชื่อว่า ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและมั่นใจลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บีทีเอส กรุ๊ปฯ กล่าว
ทั้งนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้บีทีเอส กรุ๊ปฯ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้


