posttoday

TRUEจ่อขายหุ้นกู้รุ่นใหม่เครดิตA+จ่ายดอกเบี้ย3.12 –4.8%คาดจองได้2-6 พ.ย.

02 ตุลาคม 2566

TRUE (ทรู คอร์ปอเรชั่น) เล็งขายหุ้นกู้อายุ 1-10 ปี อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A+ คาดดอกเบี้ย 3.12 – 4.8% เล็งเปิดให้จอง 2 – 6 พฤศจิกายน 2566

นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นน) เปิดเผยถึงการออกหุ้นกู้นี้เป็นการออกหุ้นกู้ภายใต้บริษัทใหม่ “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ซึ่งจะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ในการชำระคืนหนี้หุ้นกู้และ/หรือเงินกู้ยืมที่จะครบกำหนด ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการเติบโตของบริษัท

โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 2 –  6 พฤศจิกายน 2566 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายจำนวน 5 ชุด ดังนี้ 

1. หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.12-3.22]% ต่อปี 

2. หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.70-3.85]% ต่อปี 

3. หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.00-4.15]% ต่อปี 

4. หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.35-4.45]% ต่อปี 

5. หุ้นกู้ชุดที่ 5 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.50-4.80]% ต่อปี (ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ได้เมื่อหุ้นกู้ครบปีที่ 5) 

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา ซีไอเอ็มบี ไทย และยูโอบี เป็นผู้จัดจำหน่าย รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

ทั้งนี้บริษัทและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A+ แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะความเสี่ยงด้านการเงินและด้านธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น ทั้งตำแหน่งทางการตลาด (market position) ที่แข็งแกร่งในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เสริมทัพด้วยโครงข่ายทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่ครอบคลุม และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย อีกทั้งปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจระดับมหภาค อาทิ ตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ประเทศไทย อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  

อย่างไรก็ตาม true มีรากฐานแข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลัง การรวมจุดแข็งระหว่างทรูและดีแทคเพิ่มศักยภาพความพร้อมอย่างเต็มที่ในฐานะบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย โดยบริษัทมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งต้องการลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคง กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลบวกจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวและให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต

โดยเฉพาะกับผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีความมั่นคงออกโดยบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เราให้ความสำคัญกับการยกระดับการดำเนินงาน และส่งมอบคุณค่าที่ดียิ่งกว่าสู่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนร่วมเติบโตไปด้วยกันกับบริษัทใหม่ที่พร้อมเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง