
SET ซึมซับปัจจัยลบ วันนี้ฟื้นกรอบ 1515-1535 จุด
โบรกคาด SET วันนี้ฟื้น เคาะกรอบ 1515-1535 จุด เกาะติดประชุม กนง. - มาตรการกระตุ้นภาครัฐฯช่วยกระทุ้งการลงทุนมากขึ้น เชียร์สะสม “DOHOME” เคาะเป้า 12.50 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวในบทวิเคราะห์ว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาทั้งสหรัฐฯ และยูโรโซนมีการรายงาน ดัชนี PMI เดือนกันยายน โดยทางฝั่งสหรัฐฯพบว่า PMI ภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.9 สูงกว่าคาดที่ 48.2 จุด แต่ทางด้านภาคบริการ ลดลงเล็กน้อยสู่ 50.1 จาก 50.2 ซึ่งต่ำคาดที่ 50.4 จุด
ส่วนทางด้านยูโรโซน พบว่า PMI ภาคการผลิต ที่ระดับ 43.4 จุด ต่ำคาดที่ 44 ขณะที่ภาคบริการ เพิ่มขึ้นสู่ 48.4 จาก 47.9 และสูงกว่าคาดที่ 47.6 จุด บ่งชี้ว่าภาคการผลิต US มีสัญญาณที่ดีขึ้น ขณะที่ฝั่งยูโรโซนเริ่มมีทิศทางดีขึ้นในภาคบริการ ซึ่งคงต้องติดตามต่อเนื่องในช่วงถัดไป เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินดอกเบี้ยนโยบายในช่วงถัดไป
ล่าสุดจะพบว่าโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในเดือน พ.ย.2023 ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 20.7% แต่อย่างไรก็ดีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.2023 ขยับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 27.6% สะท้อนการที่ยังไม่ปิดโอกาสในการขยับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
ส่วนปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้คงต้องจับตาการประชุม กนง. 27 ก.ย. นี้ซึ่งล่าสุดตลาดยังมีความไม่แน่นอนโดยให้โอกาส 60% ในการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ อีกราว 40% มองคงดอกเบี้ย (เรามองคงดอกเบี้ยเช่นกัน) ส่วนภาพตลาดลุ้นฟื้นตัว หลังตอบรับปัจจัยในช่วงก่อนหน้าไปมากแล้ว
ประเด็นสัปดาห์นี้
26 ก.ย. ยอดขายบ้านใหม่ของ US, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US
27 ก.ย. การประชุม กนง. , ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US,
28 ก.ย. 2Q23 US GDP (ครั้งที่3), ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน US, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน
สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ “ฟื้นตัว” ในกรอบ 1515-1535 จุด ตัวเลข PMI ทั้ง US และ Eurozone ยังผสมผสาน ขณะที่ตลาดยังคงมีความกังวลต่อดอกเบี้ยสหรัฐฯที่อาจทรงตัวสูง ส่วนสัปดาห์ยังต้องติดตามการประชุม กนง. และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นการลงทุนมากขึ้น ดังนั้นจึงแนะสะสมหุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวก แนะนำ “DOHOME” ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 12.50 บาท
คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q23 และจะเริ่มกลับมาค่อยๆดีขึ้นในช่วง 3Q23 และ 4Q23 ตามทิศทางของการบริโภคที่ฟื้นตัว ผสานแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐฯ เช่น การพักหนี้เกษตรกรจะเป็นแรงหนุน sentiment เชิงบวก
เพิ่มเติม
ส่วนปีหน้าคาดจะเติบโตได้เด่นสุดในกลุ่ม Home Improvement จากทั้ง GPM และ SSSG ที่จะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น







