
จับตาแถลงนโยบายวันนี้ หุ้นไทยว้าวุ่น แกว่งกรอบ 1540-1560 จุด
วันนี้ติดตามแถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล บวกตัวเลขเงินเฟ้อ US กลางสัปดาห์นี้ โบรกเคาะกรอบหุ้นไทย 1540-1560 จุด แนะสะสมหุ้นอิงมาตรการภาครัฐ เชียร์ “DOHOME” ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมสัปดาห์นี้สำหรับปัจจัยในประเทศ ช่วงต้นสัปดาห์ (11-12 ก.ย.66) แนะจับตาการแถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาฯ ซึ่งตลาดคงติดตามนโยบายต่างๆว่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง และการขับเคลื่อนระยะสั้น กลาง ยาว จะมีมาตรการเช่นใดบ้าง โดยคาดว่าปัจจัยเหล่านี้น่าจะช่วยกระตุ้นภาพรวมความเชื่อมั่นต่อการลงทุนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของ SET ในช่วงถัดไป
ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ แนะติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย และในช่วงปลายสัปดาห์ (14 ก.ย.) จะมีการปรับดัชนี FTSE Rebalancing ซึ่งอาจส่งผลให้หุ้นไทยมีการปรับน้ำหนัก และผันผวนเล็กน้อย
ด้านปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องเกาะติดตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประจำเดือน สิงหาคม โดยรอบนี้คาดจะขยายตัวที่ +3.6%y-y จากเดือนก่อนหน้าทึ่ +3.2%y-y ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่จะใช้ในการตัดสินใจแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯในช่วงถัดไป โดยเบื้องต้น เรายังคาดว่าการประชุม FED ในรอบนี้ (19-20 ก.ย.) FED ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิมไว้ก่อน แต่ก็ยังไม่ได้ปิดโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
โดยสรุป เรายังคงมองทิศทางของ SET จะค่อยๆฟื้นตัวในช่วงถัดไป ดังนั้นยังคงมองระดับปัจจุบันยังเป็นบริเวณที่น่าทยอยสะสม
สำหรับแนวโน้มหุ้นไทยวันนี้ คาด “Sideways” ในกรอบ 1540-1560 จุด แนะเกาะติดการแถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ต่อสภาฯวันนี้ คาดกระตุ้นจิตวิทยาเชิงบวกมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอกสัปดาห์ยังคงรอตัวเลขเงินเฟ้อ US กลางสัปดาห์ส่วนวันนี้แนะสะสมหุ้นอิงมาตรการภาครัฐแนะนำ “DOHOME” ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q23 และคาดแนวโน้มกำไรในช่วง 3Q23 และ 4Q23 จะกลับมาฟื้นตัวทั้ง q-q และ y-y ตามทิศทางภาคการบริโภคที่ฟื้นตัว ผสานแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐฯ
รวมทั้งมีการปรับลดสต๊อกสินค้าไปแล้ว อีกทั้งมาร์จิ้นเหล็กเริ่มทรงตัวคาดหนุนให้ GPM จะค่อยๆดีขึ้น รวมถึง SSSG เช่นกัน ส่วนปีหน้าคาดทิศทางกำไรโตสุดในกลุ่ม Home Improvement







