posttoday
JSP มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 66 ดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีผลขาดทุน 11.47 ล้าน

JSP มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 66 ดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีผลขาดทุน 11.47 ล้าน

11 สิงหาคม 2566

JSP มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 66 ดีกว่าครึ่งปีแรก เหตุเพิ่มกำลังการผลิตน้ำยาฟอกไตเป็น 2 เท่า หลังครึ่งปีแรก 11.47 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายซื้อกิจการ-ช่วงโลว์ซีซัน ลุยเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องเพื่อหนุนธุรกิจสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งผู้นำตลาดสุขภาพ

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 13.33 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 11.85 ล้านบาท เป็นผลจากการรับรู้ค่าเสื่อมจาก บริษัท แคร์ซูติก จำกัด

บริษัท แคร์ซูติก จำกัด เป็นบริษัทลูกที่ JSP ตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บริการด้านอินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ที่มีทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึง OEM ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคน และสำหรับสัตว์ ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข และแมว และสัตว์ในการเลี้ยงสำหรับการทำปศุสัตว์ เช่น หมู ไก่ เป็นต้น 

ทั้งนี้ แคร์ซูติก มีต้นทุนในการดำเนินการขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2566 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแคร์ซูติกได้ทำการเปิดโรงงานเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมทุกเดือน และมีหลายรายที่เริ่มลงนาม ซึ่งจะทำให้อีก 6 เดือน บริษัทจะรับรู้รายได้จาก OEM อาหารเสริมสัตว์ และเครื่องสำอางสัตว์

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 11.47 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 23.44 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ รวมถึงเป็นช่วงโลว์ซีซันของภาคการผลิตเนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าร้อนที่ค่าพลังงานพุ่งขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้บริษัทจะยังคงตั้งเป้าหมายในการควบรวมกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดดูแลสุขภาพครบวงจรภายใน 3 ปีข้างหน้า แต่ทิศทางหลังจากนี้บริษัทจะทยอยรับรู้รายได้จากกิจการที่ซื้อเข้ามาก่อนหน้า รวมถึงปีนี้ผ่านช่วงสูงสุดของต้นทุนพลังงานไปแล้ว ในครึ่งปีหลังจึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะมีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรก

ขณะที่ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 240.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% โดยมีรายได้จากการรับจ้างผลิตสินค้าในแบรนด์ของลูกค้า (OEM) 49.3% รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท (Own Brand) 40.6% โดยในส่วนของ Own Brand ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาแผนปัจจุบัน และ สมุนไพร ได้แก่ COX, JSP, สุภาพโอสถ และ EVITON นอกจากนี้ยังเริ่มรับรู้รายได้จากน้ำยาฟอกไต คิดเป็น 4.9% ของรายได้รวม ส่วนรายได้ที่เหลือมาจากช่องทางอื่นๆ 5.2% 

ในส่วนของสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ OEM กับ Own Brand นั้น ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยก่อนหน้านี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก OEM 60% และ Own Brand 40% อย่างไรก็ดีอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า Own Brand อยู่ในอัตราที่ดีกว่า OEM ดังนั้นบริษัทจึงมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Own Brand ให้ขึ้นมาอยู่ในสัดส่วน 50 : 50 เท่ากับสินค้า OEM ซึ่งในงวดครึ่งปีแรกก็ถือว่าสามารถทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้

รวมทั้งมีรายได้จากธุรกิจใหม่เข้ามา คือ น้ำยาฟอกไต ที่บริษัทได้ทำการซื้อหุ้นบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (GWM) จำนวน 52.8% โดยใช้เงินเข้าซื้อหุ้นจำนวน 43.9 ล้านบาท เมื่อเดือน พ.ค. ซึ่งหลังจากทำการเข้าซื้อหุ้น GWM สามารถนำส่งรายได้ให้กับ JSP ในทันทีและรับรู้เข้ามาในไตรมาส 2/2566 

นายสิทธิชัย กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทจะรับรู้รายได้จาก GWM อย่างเต็มที่ เนื่องจากช่วงไตรมาส 4/2566 จะทำการเพิ่มเครื่องผลิตน้ำยาฟอกไต ส่งผลให้กำลังผลิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า และสามารถสร้างรายได้เพิ่ม 2 เท่า นอกจากนี้ บริษัทสามารถนำเข้าเครื่องมือแพทย์สำหรับใช้ในศูนย์ฟอกไต จำหน่ายไปยังศูนย์ฟอกไตทั่วประเทศ เป็นโอกาสเพิ่มรายได้ให้บริษัท และ GWM และจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท