
ADVANC โชว์กำไร Q2/66 พุ่ง 14% แตะ 7,180 ล้าน แจกปันผลระหว่างกาล 4 บาท/หุ้น
ADVANC จ่ายปันผลครึ่งปีแรก 4 บาท/หุ้น ขึ้น XD 18 ส.ค.นี้ หลังกวาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ที่ 7,180 ล้านบาท พุ่ง 14% รับรายได้บริการโต-บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ หนุนครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 13,937 ล้านบาท โต 10% คาดรายได้บริการปี 66 โต 3-5% วางงบลงทุนปีนี้ 27,000-30,000 ล้านบาท
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2566 มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดดำเนินงานวันที่1 ม.ค.-30 มิ.ย.2566 ในอัตรา 4.00 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 18 ส.ค.2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 ก.ย.2566
ทางด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงาน และจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการนำเทคโนโลยี AI เข้าปรับใช้ในกระบวนการดำเนินงาน โดยเฉพาะด้านโครงข่ายให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า
โดยบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 10,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 23,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน
ส่วนรายได้รวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 44,774 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 4.1% จากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวของรายได้การให้บริการหลักที่ถูกชดเชยกับรายได้จากการขายอุปกรณ์ที่ปรับตัวลดลงจากปัจจัยทางด้านฤดูกาล
ในขณะที่รายได้จากการให้บริการหลักในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 33,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสเดี่ยวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านและการฟื้นตัวของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
สำหรับรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อยู่ที่ 29,495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและเพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน มีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมแล้วกว่า 7.8 ล้านรายเพิ่มขึ้นจาก 3.9 ล้านราย ในไตรมาส 2/2565 ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 45.3 ล้านเลขหมาย
และคงความเป็นผู้นำด้วยโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการกว่า 99% ในกรุงเทพฯ และ 87% ของพื้นที่ประชากร ประกอบกับการมีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดรวม 1460 MHz (นับรวมคลื่นความถี่ที่ร่วมมือกับพันธมิตรรวมถึง NT ซึ่งอยู่ระหว่างการอนุมัติจาก กสทช.)
ในส่วนของรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อยู่ที่ 2,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและพิ่มขึ้น 5.4% จากไตรมาสก่อน มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 60,500 ราย จากไตรมาสก่อน ทำให้สิ้นไตรมาส2/2566 มีฐานลูกค้ารวมกว่า 2.33 ล้านราย
ด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร มีรายได้เพิ่มขึ้น 2.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนโดยยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจตั้งแต่ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงภาคการผลิต และภาคอุตสาหกรรมในการทำ Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดเติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน
ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการปรับเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 91,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการหลักอยู่ที่ 67,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน
โดยในครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพบริการและโครงข่ายอัจฉริยะ 5G เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดผู้ใช้งาน เสริมขีดความสามารถของกลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมทั้งเดินหน้าขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงในพื้นที่ใหม่ๆ การพัฒนาโครงข่ายและโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจ ด้วยงบประมาณ 27,000-30,000 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ตามแผน
นายสมชัย กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ที่เราประกาศ พร้อมยกระดับ AIS สู่การเป็น Cognitive Tech-Co หรือผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะไปเมื่อช่วงปลายปี 2564 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเราสามารถนำแนวทางดังกล่าวเข้ายกระดับการทำงานในองค์รวม ตั้งแต่งานปฏิบัติการโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อพัฒนาคุณภาพสัญญาณสื่อสารให้แม่นยำและสามารถแก้ไขปัญหาได้แบบ Realtime ผ่านการใช้ AI ร่วมกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบ IT ที่ชาญฉลาดเพื่อความรวดเร็วและความปลอดภัย มาจนถึงกระบวนการนำเสนอการให้บริการที่สามารถส่งมอบบริการให้ลูกค้าได้แบบPersonalization ด้วยการประยุกต์ใช้ Data Analytic ระดับสูง
ดังนั้นจึงส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 และครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะมีความกังวลสำหรับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ในขณะเดียวกันเราเริ่มเห็นเศรษฐกิจไทยเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญต่อ Ecosystem Economy ของประเทศ
สำหรับแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2566 (ยังไม่รวมผลกระทบจากธุรกรรมการเข้าลงทุนใน บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB และ 19% ของหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF) คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณ 3-5% จากปีก่อน กำไรEBITDA เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง
“การเดินทางสู่ Cognitive Tech-Co เป็นภารกิจหลักของชาว AIS ที่เราต้องการยกระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ให้มีขีดความสามารถและมาตรฐานระดับสากล ที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านโครงข่ายสื่อสารอัจฉริยะ โครงข่ายเน็ตบ้านที่คุณภาพดีที่สุดและครอบคลุมที่สุดในประเทศ รวมถึงสิทธิพิเศษและงานบริการที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการมุ่งส่งมอบคุณภาพและประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” นายสมชัย กล่าว







