
ผ่ากำไร "หุ้นอิเล็กฯ" ไตรมาส 2/66 ตัวไหนเริดสุด ?
"DELTA" นำทีมหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริงร่า เปิดฉากอวดกำไรไตรมาส 2/66 แตะระดับ 4,668.03 ล้านบาท เติบโต 9.5% รับยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง ลุ้น "KCE - HANA" ประกาศงบต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น DELTA วานนี้(27 ก.ค.66) ปิดที่ 109.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็น +0.46% มูลค่าการซื้อขาย 1,560,842,480 บาท
ราคาหุ้น KCE ปิดที่ 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท คิดเป็น +3.92% มูลค่าการซื้อขาย 485,994,590 บาท
ราคาหุ้น HANA ปิดที่ 49.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท คิดเป็น +5.29% มูลค่าการซื้อขาย 638,611,640 บาท
DELTA อวดกำไร Q2 พุ่ง 9.5%
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/66 มีกำไรสุทธิ 4,668.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,263.5 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรก ปี 66 มีกำไรสุทธิ 8,282.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,043.6 ล้านบาท
โดยยอดขายสินค้าและบริการ อยู่ที่ 35,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการสูงต่อเนื่องของกลุ่มโซลูชั่น สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ดีซี เพาเวอร์ (DC Power) เพาเวอร์ซัพพลาย ส่วนโซลูชั่นภาคอุตสาหกรรมรวมถึงระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายCloud Storage และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center เติบโตในอัตราสูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกและปีก่อนหน้า จากแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Application)
ขณะที่ กำไรขั้นต้น อยู่ที่ 8,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขับเคลื่อนโดยการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวของกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ภายใต้กลุ่มธุรกิจพาวเวอร์อิเล็คทรอนิกส์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติซึ่งมีการเติบโตที่ดี
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 3,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้และการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น
โบรกสแกนกลุ่มอิเล็กฯ
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุว่า กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2566 คาดลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน(y-y คือ year on year) เนื่องจาก "บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA" มีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบส่งผลให้อัตรากำไรลดลง
KCE คุ้มค่าที่จะรอ
เราเริ่มต้นคําแนะนํา “ถือ” มูลค่าเหมาะสม 38 บาท สำหรับ KCE โดยคาดว่าระยะสั้นผลการดําเนินงานยังคงมีปัจจัยลบรุมเร้ากดดันยังไม่หมดไป ได้แก่ 1) เศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2) เงินบาทแข็งค่า และ 3) ราคาวัตถุดิบผันผวน เราคาดว่าปัจจัยเหล่านี้จะทำให้แนวโน้มผลการดําเนินงานปี 2023 จะหดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองบวกต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ว่าจะยังเติบโตจากการนําชิ้นส่วนไปประกอบในสินค้าสำเร็จรูปมากขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตไปกับกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
HANA สวยสุด
ขณะที่มีเพียง "บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA" ที่การดำเนินงานดีขึ้นทั้ง y-y และ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q หรือ Quarter on Quarter) โดยคาดว่าไตรมาส 2/66 จะมีกำไรแตะ 479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.8% เมื่อเทียบไตรมาส 1/66 ที่มีกำไร 266 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้น 95.6% แตะ 245 ล้านบาท
โดยปีก่อนกำไรก่อนรายการพิเศษดีมากจากสัดส่วนการขาย IC ที่สูงและเงินบาทอ่อนค่า แต่ก็มีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสูงเช่นกัน คาดปี 2566 นี้ กำไรปกติลดลง y-y แต่ฟื้น q-q และถือเป็นหุ้นที่เราชอบสุดในกลุ่ม ให้มูลค่าเหมาะสมปีนี้ที่ 49.75 บาท
Valuation ถูกสุด
HANA ประกอบธุรกิจผลิต ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร(Electronic Manufacturing Service : EMS) เพื่อการส่งออก ปัจจุบันมีฐานการผลิต 7 แห่ง ได้แก่ โรงงานที่ ไทย (ลําพูน, อยุธยา), โรงงานที่ จีน (เจียซิง), สหรัฐอเมริกา (HMT), กัมพูชา (เกาะกง) และเกาหลีใต้ โดยมี 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ 1. แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) มีฐานการผลิตที่ลําพูน, เจียซิง และเกาะกง 2. แผงวงจรไฟฟ้ารวม (IC) มีฐานการผลิตที่ อยุธยา, เจียซิง และเกาหลีใต้ 3.RFID และ Micro Display มีฐานการผลิตในสหรัฐ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกล้องและสัญญาณวิทยุ
โครงสร้างรายได้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. PCBA 2. IC และ 3. HMT คิดเป็น 63%, 32% และ 5% ตามลําดับ โดยสินค้าของบริษัท จะผลิตเพื่อรองรับสินค้ากลุ่มรถยนต์, โทรคมนาคม, สินค้าอุปโภค, สินค้าอุตสาหกรรม และอื่นๆ โดยมีตลาดส่งออกหลักตามฐานที่ตั้งของลูกค้าคือเอเชีย, สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และอื่นๆ
ธุรกิจใหม่รองรับอนาคต คือ บริษัทได้เข้าลงทุนใน บจ. เพาเวอร์ มาสเตอร์ เซมิคอนดัคเตอร์(PMS) ตั้งอยู่ในเมืองชองจูเกาหลีใต้เพื่อผลิตสินค้ากลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์ซิลิคอน และซิลิคอนคาร์ ไบด์ ซิลิคอนคาร์ ไบด์ (SIC) ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติทนไฟขั้นสูง ขยายตัวทางความร้อนตํ่าและต้านทานการสึกหรอที่ดีกว่า ทําให้สูญเสียพลังงานน้อยกว่าเทคโนโลยีเดิม ซึ่งเหมาะใช้กับอุปกรณ์ อิเล็ กทรอนิกส์ เพื่อการบริหารจัดการการใช้พลังงานแบบอัจฉริยะ (Smarter Power Designs) เพื่อใช้งานในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในครัวเรือน, อุปกรณ์โทรคมนาคม, อุปกรณ์ Cloud Computing, อินวอร์เตอร์ไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน
บริษัทคาดสินค้าดังกล่าวจะมีการเติบโตที่สดใสในอนาคต โดยสํานักวิจัยคาดการณ์ขนาดตลาดในปี66 สูงถึง 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดจะเพิ่มเป็น 19 พันล้านเหรียญในปี66 คิดเป็นการเติบโต CAGR 16%(2023-2033) ในระยะแรกบริษัทได้เริ่มผลิตแบบมาตรฐานแล้ว เนื่องจาก SIC มีต้นทุนการผลิตสูงและซับซ้อน โดยเริ่มมียอดขายแล้วตั้งแต่ 1Q22 แต่มีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งคาดจะถึงจุดคุ้มทุนช่วง 4Q25 หลังยอดขายเพิ่มมากกว่า 100 ล้านเหรียญขึ้นไปปี 2023 ผู้บริหารคาดยอดขายของ PMS จะอยู่ที่ 25-30 ล้านเหรียญ และมีเพิ่มเครื่องจักรใหม่เข้ามาช่วง 3Q23 ขณะที่เงินลงทุนจะอยู่ที่ราว 70-80 ล้านเหรียญ จากการต้องใช้เงินลงทุนเพื่อขยายกําลังการผลิตและรองรับการเติบโตทําให้บริษัทมีมติเพิ่มทุนแบบมอบอํานาจทั่วไป (General mandate) 10% ของทุนจดทะเบียนชําระแล้ว โดยจะออกหุ้นสามัญไม่เกิน 80.49 ล้านหุ้นเพื่อเสนอขายต่อบุคคลในวงจํากัด (PP) ในรอบเวลา 12 เดือน ราคาขายมีส่วนลดไม่เกิน 10% ของราคาตลาด ซึ่งคาดจะเกิด dilution ราว 9% จะเห็นความชัดเจนในครึ่งปีหลัง
ขึ้นค่าแรงขั้นตํ่ากระทบแน่
กุล่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกกลุ่มที่ต้องใช้แรงงานจํานวนมาก และเป็นกลุ่มที่มีการจ่ายค่าแรงมากกว่าค่าแรงขั้นตํ่า แต่หากมีการปรับขึ้นเป็น 450 บาทต่อวัน เราเชื่อว่าบริษัทต่างๆจะต้องมีการปรับค่าแรงขึ้นตามด้วยเช่นกัน แต่ % การปรับขึ้น เชื่อว่าจะน้อยกว่าการปรับขึ้นของค่าแรงขั้นตํ่า โดยค่าแรงคิดเป็น 6.5% ของต้นทุนขาย (COGS) เราประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะเกิดในช่วงปี 2024 โดยหากมีการปรับขึ้นค่าแรงสุธิ 10% เราประเมินว่าจะกระทบกําไรเชิงลบ 7% ของประมาณการ







