
SET อัพไซด์ระยะสั้นจำกัด รอโหวตนายกฯ พรุ่งนี้
SET อัพไซด์ระยะสั้นจำกัด รอโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ แม้ได้ Sentiment บวก ตลาดหุ้นสหรัฐและราคาน้ำมันปรับขึ้น กลยุทธ์การลงทุน “เน้นตั้งรับ และ Selective Buy” แนะนำ BBL และ ADVANC
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า แม้ SET ได้ Sentiment บวก ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น และราคาน้ำมันปรับขึ้นโดดเด่น เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดรอปัจจัยสำคัญสำหรับการโหวตเลือกนายกฯ ในวันพรุ่งนี้ ทำให้กรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,510-1,520 จุด ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,487 และ1,479 จุด หากไม่ต่ำกว่า ยังเป็นสัญญาณ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสได้รับแรงกดดันจาก Beige Book ของเฟด ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว อีกทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐและอังกฤษที่ปรับตัวลง ค่อนข้างช้า ขณะที่ในประเทศอยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้า ผลการโหวตนายกรัฐมนตรีของไทยในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “เน้นตั้งรับ และ Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 จะยังเติบโตได้ดี YoY เลือก AOT BBL ADVANC MINT OSP BDMS BEM
2. หุ้นพื้นฐานดี ซึ่งคาดยังมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2566 มากกว่าปีละ 5% เลือก TISCO LH AP
3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำซื้อเก็งกำไรหาก SET ปรับลงมาแถว 1,450 จุด สำหรับหุ้นที่คาดมีโอกาสฟื้นตัวหลังราคาปรับลงลึกจนซื้อขายด้วย PER และ PBV ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ย -1SD เลือก CRC GULF SCGP
ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มอาหาร (TU CPF GFPT BTG) หลังมองมีโอกาสที่ตลาดจะปรับลดคาดการณ์กำไรลงหลังประกาศงบไตรมาส 2/2566 ซึ่งคาดภาพรวมอ่อนทั้ง YoY และ QoQ
2) หุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ จากกำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์(GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
3) หุ้นเทคโนโลยี (DELTA HANA KCE) จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน อีกท้ังผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BBL ไตรมาส 2/2566 คาดกำไรเติบโต 56%YoY และ 8%QoQ ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มธนาคาร แรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลง และ NIM ที่กว้างขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น และมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ
ADVANC มองภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือยังคงมีสัญญาณที่ดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส2/2566 คาดกำไรจะสามารถกลับมา เติบโตทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งบริษัทเตรียมที่จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหลังงบไตรมาส 2/2566 ออก โดยคาดจะอยู่ที่ 3.5 บาทต่อหุ้น







