posttoday
KTC ลั่นปริมาณยอดรับชำระปีนี้เข้าเป้าโต 20% แตะ 1 แสนล้านบาท

KTC ลั่นปริมาณยอดรับชำระปีนี้เข้าเป้าโต 20% แตะ 1 แสนล้านบาท

27 มิถุนายน 2566

KTC ย้ำปริมาณยอดรับชำระปีนี้โต 20% แตะ 1 แสนล้านบาท ล่าสุด ผนึก แอนท์ กรุ๊ป นำ “อาลีเพย์พลัส” ยกระดับร้านค้าไทยรับชำระเงินรองรับนักท่องเที่ยวจีน-มาเลย์-เกาหลีใต้-ฮ่องกง เล็งขยายร้านค้าพันธมิตรเพิ่มเป็น 100,000 ร้านค้า ภายใน 3 ปี ด้าน แอนท์ กรุ๊ป ยื่น ธปท.ขอไลเซนส์อีก 10 ราย

นางสาวเนาวรัตน์  กีรติเกษมสุข  ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน 5 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-พ.ค.2566) ธุรกิจร้านค้ารับชำระด้วยบัตรเครดิต และวอลเล็ตอาลีเพย์ของ KTC มีปริมาณรับชำระเพิ่มขึ้น 27% คิดเป็นมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ตามแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปี 2566 ปริมาณยอดรับชำระฯ จะเติบโต 20% คิดเป็นมูลค่าแตะ 100,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย 

หลังจาก ล่าสุด KTC ได้พัฒนาความร่วมมือกับ แอนท์ กรุ๊ป เจ้าของและผู้ให้บริการอาลีเพย์ (Alipay) และหนึ่งในผู้นำแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลระดับโลก “อาลีเพย์พลัส (Alipay+)” ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าในไทยสามารถรับชำระเงินผ่านโมบายล์วอลเล็ตได้หลากหลาย 

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า KTC สามารถเชื่อมต่อระบบเพียงครั้งเดียวก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียได้มากถึง 1,000 ล้านคน หากลูกค้ามีโมบายล์วอลเล็ตในระบบนิเวศน์ของอาลีเพย์พลัส เมื่อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จะสามารถใช้โมบายล์วอลเล็ตของประเทศตัวเองชำระเงินกับร้านค้า KTC ในไทยได้ทันที

ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านค้าสมาชิก KTC สามารถรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยคิวอาร์โค้ดของโมบายล์วอลเล็ตที่อยู่ในระบบนิเวศน์ของอาลีเพย์พลัส อาทิ  Alipay (สำหรับชาวจีน) ที่เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2558 และล่าสุดกับโมบายล์วอลเล็ตใหม่อีก 3 ราย ได้แก่ AlipayHK (เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน) / KakaoPay (เกาหลีใต้) และ Touch ‘n Go eWallet (มาเลเซีย) 

โดยทั้ง 4 โมบายล์วอลเล็ต ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ และฮ่องกง รวม 2.9 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยทั้งหมด 8.6 ล้านคน ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ 

ปัจจุบัน KTC มีจำนวนร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้า หรือ บริการด้วยคิวอาร์โค้ดของโมบายล์วอลเล็ต 50,000 ร้านค้า ซึ่งมีร้านที่รับอาลีเพย์ 10,000 ร้านค้า ครึ่งปีหลังผู้ประกอบการธุรกิจที่รับชำระด้วยอาลีเพย์พลัสของ KTC ได้แก่ คิง เพาเวอร์ (King Power) เดอะมอลล์กรุ๊ป (The Mall Group) บู้ทส์ ประเทศไทย (Boots Thailand) และตามด้วยร้านค้าอีกมากมาย และตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 100,000 ร้านค้า ภายใน 3 ปีจากนี้ 

รวมทั้งมุ่งขยายฐานร้านค้าทั้งการรับชำระด้วยบัตรเครดิต อาลีเพย์ และอาลีเพย์พลัส เพื่อตอบโจทย์การรับชำระข้ามประเทศให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ พัทยา ชลบุรี ภูเก็ตและหาดใหญ่ เป็นต้น ด้วยจุดเด่นของบริการรับชำระเงินเคทีซีที่ปลอดภัย สะดวก และที่สำคัญคือร้านค้าสมาชิกเคทีซีจะได้รับเงินในวันถัดไป (T+1) พร้อมบริการดูแลร้านค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (24x7) 

นายสิทธิพงษ์ กิตติประภาพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ด้าน Global Merchant Partnership ประจำประเทศไทย บริษัท แอนท์กรุ๊ปกล่าวว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ KTC ในการนำเอาอาลีเพย์พลัส (Alipay+) เข้าไปใช้กับเครือข่ายร้านค้าของ KTC และสนับสนุนการใช้งานดิจิทัลของธุรกิจไทย เปิดโอกาสให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจเอสเอ็มอีในการดำเนินการชำระเงินผ่านมือถือได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยสนับสนุนธุรกิจเหล่านี้เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคระดับภูมิภาค และระดับโลกกว่า 1,000 ล้านราย

ขณะเดียวกัน ในปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างยื่นขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับใบอนุญาตผู้ให้บริการรับชำระเงินรายอื่นเข้ามาให้บริการในประเทศไทยประมาณ 10 ราย ทั้งจากในเอเชีย และ ยุโรป เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจีน ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวมา 30% ภายในสิ้นปีนี้คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้ประมาณ 50-60% หรือประมาณ 5 ล้านคน จากช่วงก่อนโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนมาไทยอยู่ที่ 11 ล้านคน 

นางกันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์และการเงิน เดอะมอลล์กรุ๊ป กล่าวว่า เดอะมอลล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจชั้นนำด้านรีเทล มีลูกค้าใช้บริการทั้งคนไทยและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง 

โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบด้วย สิงคโปร์ มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย ซึ่งสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 35% และไทย 65% ซึ่งก่อนโควิด-19 สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 40% และไทย 60% โดยคาดว่าหากจีนเปิดประเทศมากขึ้น สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเป็น 40% ซึ่งการนำอาลีเพย์พลัสเข้ามาให้บริการแก่ลูกค้าของกลุ่มเดอะมอลล์และบริษัทในเครือ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของเดอะมอลล์กรุ๊ปได้เป็นอย่างดี 

“ปีนี้คาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท หรือเติบโตระมาณ 10% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ในปี 2562 และคาดว่าในช่วงปี 2567-2568 จะสามารถทำยอดขายได้ 50,000-60,000 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนยอดขายจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น” นางกันยารัตน์ กล่าว  

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์