posttoday
TBN ปิดเทรดวันแรก 42.50 บาท เหนือจอง 150%

TBN ปิดเทรดวันแรก 42.50 บาท เหนือจอง 150%

19 มิถุนายน 2566

TBN ปิดเทรดวันแรก 42.50 บาท เพิ่มขึ้น 150% จากราคาไอพีโอ 17 บาท เดินหน้านำ Low-Code มุ่งสู่ New S-Curve แย้มปัจจุบันดีมานด์พุ่ง เกาะเมกะเทรนด์ด้านดิจิทัล โบรกฯ แนะ “ซื้อ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) วันนี้ (19 มิ.ย.) เป็นวันแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

โดยเปิดตลาดที่ราคา 27.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 10.50 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 61.76% จากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 17 บาท ระหว่างวันปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 45.25 บาทปรับตัวต่ำสุดที่ 24.90 บาท และปิดตลาดที่ราคา 42.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 25.50 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 150% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2,437.99 ล้านบาท

นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN เปิดเผยว่าภูมิใจที่ได้นำเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนลูกค้าองค์กรให้สามารถสร้างแผนการเติบโตและต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และเทคโนโลยีของเราเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างสรรค์เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ทำให้ TBN ได้รับความไว้วางใจ สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องมากกว่า 15 ปี และต้องขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่เชื่อมั่นหุ้น TBN ที่ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในวันนี้ (19 มิ.ย.) ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่จะสนับสนุน TBN สามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และผลการดำเนินงานที่ก้าวกระโดดในอนาคต

ภายหลังการระดมทุน บริษัทจะเดินหน้าขยายทีมงานเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับงานโครงการประเภทงานพัฒนาระบบ(Digital Solution Services) ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคตจากการที่หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในองค์กรมากขึ้น บริษัทจึงได้จัดตั้งแผนก TBN MENDIX Academy เพื่อการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว โดยตั้งเป้าสร้างบุคลากรเพิ่ม 1,000 คน ภายในปี 2569 และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจ

TBN ถือเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์ม Low-Code ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชั่นมีความรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม 6-10 เท่า โดยไม่ต้องอาศัย Software Developer จำนวนมาก ทำให้เกิดผลลัพท์ทางธุรกิจสูงขึ้น จึงเป็นเทรนด์เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ แต่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสในการขยายตลาด โดยปัจจุบัน TBN มีลูกค้าทั้งกลุ่มธนาคาร สถาบันการเงิน ค้าปลีก อุตสาหกรรมโรงงานและภาครัฐ เป็นต้น

นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่า TBN มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ถือเป็น Big Player ในวงการไอทีของไทยมานานกว่า 15 ปี มีทีมผู้บริหารและพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำของไทย และเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน รวมทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ซอฟต์แวร์ Low-Code Development Platform (LCDP) โดยเป็นตัวแทนจำหน่าย MENDIX License รายแรกและปัจจุบันเป็นรายเดียวในประเทศไทย 

โดยบริษัทได้รับการแต่งตั้งจาก Siemens ให้เป็นผู้จัดจำหน่าย MENDIX License อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2551 และได้ต่อสัญญาต่อเนื่องทุกปี สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรในระดับสากล ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายธีรฉัตร ศิลปสนธยานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด กล่าวถึงความน่าสนใจของผลการดำเนินงาน TBN มี Recurring Income อยู่ในสัดส่วนระดับสูงราว 50% 

ล่าสุดผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/2566 มีรายได้จากการให้บริการของบริษัทอยู่ที่ 116.83 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นจากการให้บริการ 49.22 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 42.13% และมีกำไรสุทธิ 25.98 ล้านบาท

ขณะที่ นางสาววีรยา ศรีวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เงินระดมทุนจะสนับสนุนให้ TBN ขยายทีมพัฒนา และการขยายไปยังฐานลูกค้ารายใหม่ๆ โดยมองว่า TBN จะเป็นอีกหุ้นเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูงจากการขยายตลาด Low-Code Platform สร้างความเชื่อมั่น และอยู่ในใจของนักลงทุนในระยะยาวได้

บล.บัวหลวง แนะนำ "ซื้อ" TBN ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2566 ที่ 33 บาท โดยคิดเป็นส่วนลด PER ระดับ 10% จากค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม หรือคิดเป็น PEG ปี 2566-2568 ที่ระดับ 0.6 เท่า

แม้ว่ากำไรในไตรมาส 2/2566 คาดชะลอตัวลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ยังคงเชื่อมั่นการเติบโตในครึ่งปีหลัง และในอีกหลายปีข้างหน้า โดยได้ไฮไลท์ 3 ประเด็นสำคัญ

1) หุ้น Low-code บริษัทแรกและบริษัทเดียวในตลาดตอนนี้ TBN เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำการพัฒนาธุรกิจด้วย Low-Code ในไทยผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับแพล็ตฟอร์มระดับโลกMendix โดย Low-code จะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล

2) อยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาวอีกมาก ตลาดของ Low-code ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มซอฟต์แวร์ ที่ 20-30% ต่อปี จากการศึกษาพบว่า Mendix สามารถลดระยะเวลาการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เร็วขึ้นได้ถึง 6-10 เท่า

3) ครบสูตรทั้ง Low-code และ High-code TBN มีบริการที่ครบวงจรทั้ง Low Code และ High Code (ผ่านบริษัทลูก BOP) สร้างโอกาสในการ Cross-sell/Upsell อีกทั้งยังมีฐานรายได้ประจำที่มากกว่า 50% ของรายได้รวมและยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์