posttoday
SET หวังเฟดยุติขึ้นดอกเบี้ยหนุนดัชนี กรอบ 1,540-1,580 จุด

SET หวังเฟดยุติขึ้นดอกเบี้ยหนุนดัชนี กรอบ 1,540-1,580 จุด

16 มิถุนายน 2566

SET ปรับตัวขึ้น รับ Sentiment บวก ของตลาดหุ้นสหรัฐ จากความคาดหวังเฟดใกล้ยุติวงจรการขึ้นดอกเบี้ย บอนด์ยีลด์ปรับตัวลง ดอลลาร์อ่อนค่า เป็นบวกต่อฟันด์โพลว์ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCP และ OSP

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ปรับตัวขึ้นได้ จาก Sentiment บวก ของตลาดหุ้นสหรัฐ จากความคาดหวังเฟดใกล้ยุติวงจรการขึ้นดอกเบี้ย ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลงดอลลาร์อ่อนค่า เป็นบวกต่อทิศทาง fund flow ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1,570 และ 1,580 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับอยู่ที่1,540-1,550 จุด ที่คาดยังเป็นจุดรองรับได้

ทั้งนี้ มอง SET จะผันผวนในกรอบ และมี Upside จำกัด หลังขาดปัจจัยสนับสนุน โดยมองการประชุมนโยบายการเงินของเฟด จะมีมติคงดอกเบี้ยตามตลาดคาด แต่ต้องจับตาหากเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. และเงินเฟ้อ พ.ค. ของสหรัฐออกมาสูงกว่าตลาดคาด จะเป็น sentiment ลบระยะสั้นต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทยควบคู่ไปกับ ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนและสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทยที่ล่าช้า จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนต่อเนื่อง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy" ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 จะยังเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ เลือก AOT BBL ADVANC MINT OSP และหุ้นที่คาดผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เลือก KCE ONEE 

2. หุ้นเชิงรับหากเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ค. และเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าตลาดคาดเลือก BDMS BEM 

3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ซึ่งต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากเฟดส่งสัญญาณไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ก.ค. และเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาด เลือก DELTA PTTEP BCP 

ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับหุ้นที่มีความเสี่ยงหรือปัจจัยลบกดดันราคาหุ้น ดังนี้

1) หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่ม PTT ออกไปก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงหรือความไม่ชัดเจนของโครงสร้างราคาพลังงานจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่

2) หุ้นที่คาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัย จากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มขนส่งพัสดุ(KEX) กลุ่มอาหาร (CPF ZEN GFPT TU AU CENTEL) และกลุ่มอสังหาฯ (LPN PSH SIRI QH AP) 

และ 3) หุ้นที่เราแนะนำ Underperform หรือมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม (AAV SAWAD MST NRF)

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCP ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาก๊าซฯ ในยุโรปที่ปรับเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากค่าการตลาดที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะน้ำมันเบบชิน ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายสูงสุด รวมถึงน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มตามการเดินทางที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง มีโอกาสเติบโตจากการซื้อกิจการ ESSO คาดได้ข้อสรุปในครึ่งหลังของปี 2566

OSP มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปกติในไตรมาส 2/2566 แรงส่งผลประกอบการคาดเป็นบวกต่อเนื่องไปในครึ่งหลังของปี 2566 หนุนจากปริมาณขายและส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลง นอกจากนั้นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท