
ต่างชาติกังวลอะไร? ทิ้งหุ้นไทยกว่าแสนล้าน
เปิดสาเหตุ “ต่างชาติ” เทขายหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 มิ.ย.66 กว่า 101,326 ล้านบาท โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 14 วันทำการ มูลค่ารวมขายสุทธิกว่า 32,084 ล้านบาท
แม้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทย 601.82 ล้านบาท แต่เมื่อดูภาพรวมตั้งปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-2 มิ.ย.2566) พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิอยู่ถึง 101,326.47 ล้านบาท โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 14 วันทำการ (15 พ.ค.-1 มิ.ย.2566) มูลค่ารวมขายสุทธิ 32,084.69 ล้านบาท
และหากดูเป็นรายเดือน พบว่า ในเดือน ม.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 18,343.56 ล้านบาท หลังจากนั้นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 4 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ค.2566
โดยเดือน ก.พ.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 43,511.25 ล้านบาท เดือน มี.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 31,708.44 ล้านบาท เดือน เม.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,885.40 ล้านบาท และเดือน พ.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 33,275.82 ล้านบาท
จากนั้นในวันที่ 1 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,890.96 ล้านบาท ก่อนที่ในวันที่ 2 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิดังกล่าว
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)ไหลออก มาจากกระทรวงพาณิชย์ รายงานมูลค่าส่งออกประจำเดือน เม.ย.2566 หดตัว 7.6%YoY แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวเพียง 2%YoY พร้อมกับขาดดุลการค้ากว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แย่กว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ขาดดุลเพียง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจจะทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและกดดันเงินบาทอ่อนค่า เป็นลบต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ
รวมทั้งการแข็งค่าของสกุลดอลลาร์สหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้ลงนามในกฎหมายเพื่อขยายเพดานหนี้ (Debt Celling) แล้ว ทำให้เม็ดเงินกลับไปเก็งกำไรกันที่สกุลดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติยังกังวลกับสถานการณ์การเมืองในไทย แม้จะผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังมีความไม่ชัดเจน จากความไม่มั่นใจว่า ส.ว. จะโหวดให้กับทางพรรคก้าวไกลหรือไม่
และสุดท้ายคาดว่ากังวลกับนโยบายต่างๆ จากก้าวไกลที่มุ่งเน้นเก็บภาษีจากคนชนชั้นบน อาทิ Wealth Tax, Capital Gain Tax ในตลาดหุ้น รวมถึงทลายทุนผูกขาดต่างๆ
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา ต่างชาติขายหุ้นไทยออกมา 1 แสนล้านบาท (YTD) โดยเฉพาะปัจจุบันต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 18 วันทำการ (9 พ.ค.-1 มิ.ย.2566) และมีมูลค่าขายสุทธิสูงถึง 40,861.95 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนเกือบ ครึ่งหนึ่งของยอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี) แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังไม่มั่นใจการลงทุนหุ้นไทยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
ขณะเดียวกัน หากนับตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นมา ต่างชาติเคยซื้อสุทธิสะสมหุ้นไทยไปสูงสุดที่ 224,959.42 ล้านบาท (1 ม.ค.2565-27 ม.ค.2566) ปัจจุบันยอดซื้อสุทธิสะสมลดลงมาเร็ว และเหลืออยู่เพียง 100,766.07 ล้านบาท (1 ม.ค.2565-1 มิ.ย2566)
โดยในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งนักลงทุนยังกังวลในเสถียรภาพทางการเมือง และปรับตัวของธุรกิจตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง
ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า การส่งออกที่แย่ลง ทำให้ดุลการค้ากลับมาขาดดุลอีกครั้งที่ 1,471.7 ล้านเหรียญสหรัฐ มองเป็นผลกระทบเชิงลบต่อไปยังดุลบัญชีเดินสะพัด และทำให้เงินบาททรงตัวอ่อนค่าในระยะสั้น ส่งผลกระทบต่อโมเมนตัม Fund Flow อีกต่อหนึ่ง







