posttoday
ต่างชาติกังวลอะไร? ทิ้งหุ้นไทยกว่าแสนล้าน

ต่างชาติกังวลอะไร? ทิ้งหุ้นไทยกว่าแสนล้าน

06 มิถุนายน 2566

เปิดสาเหตุ “ต่างชาติ” เทขายหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 มิ.ย.66 กว่า 101,326 ล้านบาท โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 14 วันทำการ มูลค่ารวมขายสุทธิกว่า 32,084 ล้านบาท

แม้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทย 601.82 ล้านบาท แต่เมื่อดูภาพรวมตั้งปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-2 มิ.ย.2566) พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิอยู่ถึง 101,326.47 ล้านบาท โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 14 วันทำการ (15 พ.ค.-1 มิ.ย.2566) มูลค่ารวมขายสุทธิ 32,084.69 ล้านบาท  

และหากดูเป็นรายเดือน พบว่า ในเดือน ม.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 18,343.56 ล้านบาท หลังจากนั้นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 4 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ค.2566 

โดยเดือน ก.พ.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 43,511.25 ล้านบาท เดือน มี.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 31,708.44 ล้านบาท เดือน เม.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,885.40 ล้านบาท และเดือน พ.ค.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 33,275.82 ล้านบาท 

จากนั้นในวันที่ 1 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,890.96 ล้านบาท ก่อนที่ในวันที่ 2 มิ.ย.2566 นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิดังกล่าว 

ต่างชาติกังวลอะไร? ทิ้งหุ้นไทยกว่าแสนล้าน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)ไหลออก มาจากกระทรวงพาณิชย์ รายงานมูลค่าส่งออกประจำเดือน เม.ย.2566 หดตัว 7.6%YoY แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวเพียง 2%YoY พร้อมกับขาดดุลการค้ากว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แย่กว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ขาดดุลเพียง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจจะทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและกดดันเงินบาทอ่อนค่า เป็นลบต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ

รวมทั้งการแข็งค่าของสกุลดอลลาร์สหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้ลงนามในกฎหมายเพื่อขยายเพดานหนี้ (Debt Celling) แล้ว ทำให้เม็ดเงินกลับไปเก็งกำไรกันที่สกุลดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากนี้ เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติยังกังวลกับสถานการณ์การเมืองในไทย แม้จะผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังมีความไม่ชัดเจน จากความไม่มั่นใจว่า ส.ว. จะโหวดให้กับทางพรรคก้าวไกลหรือไม่ 

และสุดท้ายคาดว่ากังวลกับนโยบายต่างๆ จากก้าวไกลที่มุ่งเน้นเก็บภาษีจากคนชนชั้นบน อาทิ Wealth Tax, Capital Gain Tax ในตลาดหุ้น รวมถึงทลายทุนผูกขาดต่างๆ  

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา ต่างชาติขายหุ้นไทยออกมา 1 แสนล้านบาท (YTD) โดยเฉพาะปัจจุบันต่างชาติขายหุ้นไทยติดต่อกัน 18 วันทำการ (9 พ.ค.-1 มิ.ย.2566) และมีมูลค่าขายสุทธิสูงถึง 40,861.95 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนเกือบ ครึ่งหนึ่งของยอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี) แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังไม่มั่นใจการลงทุนหุ้นไทยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

ขณะเดียวกัน หากนับตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นมา ต่างชาติเคยซื้อสุทธิสะสมหุ้นไทยไปสูงสุดที่ 224,959.42 ล้านบาท (1 ม.ค.2565-27 ม.ค.2566) ปัจจุบันยอดซื้อสุทธิสะสมลดลงมาเร็ว และเหลืออยู่เพียง 100,766.07 ล้านบาท (1 ม.ค.2565-1 มิ.ย2566)

โดยในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งนักลงทุนยังกังวลในเสถียรภาพทางการเมือง และปรับตัวของธุรกิจตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง

ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า การส่งออกที่แย่ลง ทำให้ดุลการค้ากลับมาขาดดุลอีกครั้งที่ 1,471.7 ล้านเหรียญสหรัฐ มองเป็นผลกระทบเชิงลบต่อไปยังดุลบัญชีเดินสะพัด และทำให้เงินบาททรงตัวอ่อนค่าในระยะสั้น ส่งผลกระทบต่อโมเมนตัม Fund Flow อีกต่อหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล