posttoday
ปี 64 บจ. ทำรายได้ต่างแดน 4.38 ล้านล้าน สูงสุดใน 16 ปี แม้เผชิญโควิด-19

ปี 64 บจ. ทำรายได้ต่างแดน 4.38 ล้านล้าน สูงสุดใน 16 ปี แม้เผชิญโควิด-19

22 กุมภาพันธ์ 2566

ปี 2564 แม้ต้องเผชิญโควิด-19 แต่ก็มีบริษัทจดทะเบียนฯ หรือบจ. ที่ปรับตัวได้ดี ทำให้เก็บรายได้ต่างแดนสูงสุดในรอบ 16 ปี ถึง 4.38 ล้านล้าน แม้การลงทุนโดยตรงลดลงอยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท

แม้ในปี 2564 จะมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อีกหลายระลอก และรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียนฯ หรือ บจ. ในปี 2564 พบว่า มีรายได้รวมสูงถึง 13.68 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23.1%

 

ขณะที่มีกำไรสุทธิ 1.04 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6 เท่า ซึ่งถ้าหากพิจารณาผลประกอบการในปี 2564 นี้กลับพบว่าเพิ่มขึ้นมากกว่าผลประกอบการในปี 2562 หรือก่อนช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19

 

ด้วย บจ. หลายแห่งสามารถปรับตัวดำเนินงานได้ดีในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเห็นสัญญาณจากรายได้จากต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียนเติบโต พร้อมทั้งมีการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

แต่เมื่อเปรียบเทียบรายได้จากต่างประเทศของบริษัท  จดทะเบียนฯ ใน 5 ปีย้อนหลัง (2560-2564) พบว่ามีการเติบโตของรายได้จากต่างประเทศจาก 2.68 ล้านล้านบาท เป็น 4.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 63.4% พร้อมทั้งเห็นสัญญาณจากการขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

ด้านมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศพบว่า ในปี 2564 บจ. ยังคงขยายการลงทุนทางตรงในต่างประเทศต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการลงทุนทางตรงในต่างประเทศสุทธิรวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า การลงทุนทางตรงในต่างประเทศสุทธิในปี 2564 ลดลง 21% จากปีก่อน 


การเปลี่ยนแปลงทิศทางการลงทุนดังกล่าว สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยในรายงาน “SET-CMRI Research paper ฉบับที่ 3/2563 ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนฯ (CEO Survey)”

 

โดยผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนฯ ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่า ภายหลังจากปี 2563 จะขยายการลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้นเพื่อบริหารจัดการ supple chain ให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และชะลอการลงทุนในต่างประเทศ

 

สำหรับภูมิภาคอาเซียน เป็นจุดหมายที่มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีสถานะการลงทุนสูงสุดต่อเนื่องในทุกปี โดยมีจำนวน 217 บริษัทในปี 2564 ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET จำนวน 192 บริษัท และเป็นบริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 25 บริษัท

 

ทั้งนี้พบว่าภูมิภาคที่มีสถานะการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าได้แก่ เอเชียเหนือ และเอเชียใต้ โดยภูมิภาคเอเชียเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีจำนวนบริษัทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 7 บริษัท 

 

หากพิจารณาจำนวน บจ. ที่ลงทุนทางตรงในต่างประเทศ และ/หรือมีรายได้จากต่างประเทศในภาพรวมนั้น จะเห็นว่ามีบริษัทที่ลงทุน และ/หรือมีรายได้จากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เป็น 399 บริษัท

 

โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET จำนวน 334 บริษัท และเป็นบริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 65 บริษัท ซึ่งมีธุรกรรมกับกลุ่มประเทศในอาเซียน 218 บริษัท หรือคิดเป็น 78% และกลุ่มประเทศใน CLMV  185 บริษัท หรือคิดเป็น 67% 


ขณะที่ประเทศเวียดนามยังคงครองอันดับหนึ่งที่ดึงดูดบริษัทจดทะเบียนไทยไปลงทุนมากที่สุด โดยมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนฯ สูงถึง 84 บริษัท รองลงมาเป็นประเทศสิงคโปร์ และประเทศเมียนมา โดยมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนฯ 79 และ 75 บริษัท ตามลำดับ   

 

ทั้งนี้หากแยกตามรายอุตสาหกรรมจะพบว่าในปี 2564 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีบริษัทจดทะเบียนฯ ออกไปลงทุนต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยมีจำนวน 65 47 และ 42 บริษัท ตามลำดับ และมีสัดส่วนคิดเป็น 38%, 36% และ 30% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนฯ ทั้งหมดในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ 

 

แม้ บจ. ชะลอการลงทุนในต่างประเทศลง แต่พบว่ายังมีบริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา คิดเป็น 4.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.39 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 46.35%

 

โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจเดิมในต่างประเทศถึง 48% ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่งออก 22% ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากบริษัทจดทะเบียนใน SET มูลค่าประมาณ 4.36 ล้านล้านบาท และรายได้จากต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียนใน mai มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท 

 

หากเปรียบเทียบสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศกับรายได้รวมของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่ามีสัดส่วนคิดเป็น 32% ซึ่งมากกว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในปีก่อนหน้าประมาณ 6% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรายได้จากต่างประเทศและมูลค่ารายได้โดยรวมในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แสดงให้เห็นว่ารายได้เติบโตต่อเนื่องทุกปี

 

สำหรับกลุ่มทรัพยากรมีรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากที่สุดเท่ากับ 1.58 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 79% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด

 

ขณะที่พบว่ากลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เป็นกลุ่มที่มีรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นรองลงมา คิดเป็นมูลค่า 1.06 ล้านล้านบาท ในขณะที่กลุ่มธุรกิจการเงินมีรายได้จากต่างประเทศน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น 

 

โดย กุลนิดา จิราจินดากุล ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ปี 64 บจ. ทำรายได้ต่างแดน 4.38 ล้านล้าน สูงสุดใน 16 ปี แม้เผชิญโควิด-19

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม