
“ไทยคม” ยังไม่ตอบเรื่องเข้าประมูลดาวเทียม
“ไทยคม” เผย ยังไม่สามารถให้ความเห็นเรื่องการประมูลดาวเทียมของกสทช.ได้ เหตุอยู่ระหว่างการศึกษาเงื่อนไข ชี้ กสทช.ต้องเดินหน้าประมูล ส่วนความคืบหน้าเรื่อง อินทัช ขายหุ้นให้ กัลฟ์ คาดได้ข้อสรุป 28 ธ.ค.นี้ พร้อมเปิดแผนปีหน้านำดาวเทียมสำรวจรุกตลาดคาร์บอนเครดิตทั่วโลก
นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยต่อนักลงทุนว่า ขณะนี้ ไทยคม ยังไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการประมูลดาวเทียมวงโคจรประจำที่ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศเงื่อนไขและกำหนดวันประมูลในวันที่ 8 ม.ค. 2566 หากมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 1 ราย
และ ขยายเป็นวันที่ 29 ม.ค. 2566 หากมีผู้สนใจประมูลเพียงหนึ่งราย ได้ โดยไทยคมแสดงเจตนารมย์มาโดยตลอดว่า กสทช.ต้องทำหน้าที่จัดสรรการประมูลวงโคจรดาวเทียม
ส่วนเรื่องความคืบหน้าของการที่ บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF จะเข้ามาซื้อหุ้นจาก บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ หรือ INTUCH ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไทยคม ทั้งหมดคือ 41.13 % ในราคา 9.92 บาท นั้น
คาดว่าอินทัชจะมีการประชุมในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ เพื่อหาข้อสรุปต่อไป ทั้งนี้ ไทยคม มีความมั่นใจว่า กัลฟ์ จะเข้ามาดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่เขาถนัดและจะสามารถสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้กับไทยคมได้และไทยคมยังคงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมื่อ ไทยคม สิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับภาครัฐ ทำให้ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2565 ไทยคม มีกำไร สุทธิที่ 481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.8% และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีกำไรสุทธิที่ 216 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากธุรกิจหลัก (กำไรจากการดำเนินงานซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจากการร่วมค้า และรายการพิเศษอื่น) ที่ 528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลขาดทุน (88) ล้านบาท สำหรับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า
สาเหตุหลักจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาดาวเทียมและค่าสัมปทานที่ลดลง ชดเชยกับรายได้ที่ลดลงจากลูกค้าบรอดคาสต์
สำหรับทิศทางในปีหน้า ไทยคม จะนำดาวเทียมสำรวจรุกตลาดคาร์บอนเครดิตระดับโลก จากเดิมที่ต้องใช้การเดินทางไปจดข้อมูลตามพื้นที่ หรือ ผืนป่า ดาวเทียมของไทยคมจะสามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ภายใต้มาตรฐานการวัดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย ซึ่งไทยคมได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วและกำลังจะขอใบรับรองระดับโลกด้วย
ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดรับพันธมิตรดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO (Low Earth Orbit Satellite) ต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยไทยคมได้ลงนามกับ โกลบอลสตาร์ ผู้ให้บริการระด้านสื่อสารผ่านดาวเทียมและโซลูชั่น IoT จากประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อสร้างสถานีภาคพื้นดินให้กับ โกลบอลสตาร์ และคาดว่าจะเปิดบริการได้ไตรมาสแรกปี 2566 เป็นรายแรกในประเทศไทย และยังสามารถเจรจากับพันธมิตรเพิ่มเติมได้มากกว่า 1 ราย อยู่ที่ข้อตกลงต้องวิน วิน ทั้ง 2 ฝ่าย
“การเติบโตของไทยคมปีหน้าคาดว่ามีผลประกอบการไม่ต่ำกว่าปี 2565 อย่างแน่นอน เนื่องจากโครงการของไทยคมเป็นลักษณะ 3-5 ปี เราไม่ได้ให้บริการแค่ตัวดาวเทียมแต่เราเพิ่มมูลค่าด้วยการเป็นโซลูชัน ให้บริการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย โดยการซื้อขายคาร์บอนเครดิตโครงการ “T-VER” ในช่วง 8 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 425% เมื่อเทียบกับปริมาณทั้งปี 2564 และคิดเป็นเพียง 0.3% ของก๊าซเรือนกระจกจากประเทศไทยปล่อยทั้งหมดต่อปี
ขณะที่ภาพรวมตลาดคาร์บอนเครดิตโลกในช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท และประเมินว่ามูลค่าตลาดจะสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.50 แสนล้านบาท ในปี 2573







