
คนตื่นทอง! เทขายทำจุดต่ำสุดรอบปี “หมอกฤชรัตน์” ยันไม่ใช่จังหวะขาย เปิดเกมสะสมรอบใหม่ มองระยะยาวยังสดใส
จากสินทรัพย์ปลอดภัยกลายเป็นฝันร้ายของคนติดดอย! ราคาทองคำร่วงหนักทำจุดต่ำสุดรอบปี หลุดแนวรับสำคัญ 3,950 ดอลลาร์ที่เคยยืนมา 4 เดือน “นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” เตือนระยะสั้นยังเสี่ยงลงต่อ แต่ระยะยาวอาจเป็นโอกาสทองของคนมีเงินเย็น ชี้ De-dollarization และหนี้สหรัฐฯ ระเบิดเวลาหนุนทองคำคืนบัลลังก์ Safe Haven
KEY
POINTS
- จากสินทรัพย์ปลอดภัยกลายเป็นฝันร้ายของคนติดดอย! ราคาทองคำร่วงหนักทำจุดต่ำสุดรอบปี หลุดแนวรับสำคัญ 3,950 ดอลลาร์
- “นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” เตือนระยะสั้นยังเสี่ยงลงต่อ แต่ระยะยาวอาจเป็นโอกาสทองของคนมีเงินเย็น
- ชี้ De-dollarization และหนี้สหรัฐฯ ระเบิดเวลาหนุนทองคำคืนบัลลังก์ Safe Haven
จากวันที่ทองคำเคยเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนเชื่อมั่นในฐานะหลุมหลบภัย วันนี้กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความหวั่นไหวให้ตลาด เมื่อราคาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง จนหลุดแนวรับสำคัญที่เคยประคองราคามานานหลายเดือน
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกและแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ยากจะคาดเดา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า...ราคาทองคำจะลงไปได้อีกแค่ไหน แต่คือ นี่เป็นสัญญาณขาลงครั้งใหญ่ หรือเป็นโอกาสทองของคนที่กำลังรอเข้าซื้อ?
ในจังหวะที่นักลงทุนบางส่วนกำลังกังวลกับพอร์ตที่ติดดอย ขณะที่อีกหลายคนกำลังรอจังหวะช้อนซื้อ การประเมินทิศทางทองคำจากนี้จึงต้องมองให้ลึกกว่าความเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวัน โดยเฉพาะปัจจัยระยะยาวที่กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก
ทั้งกระแสลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก (De-globalization) และปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์กับ "โพสต์ทูเดย์" ถึงสถานการณ์ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงว่า ภาพรวมราคาทองคำในระยะนี้ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดทองคำมีความผันผวนตามไปด้วย
โดยการปรับตัวลดลงจนหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลงมาบริเวณ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่เคยประคองราคามานานประมาณ 4 เดือน ทำให้ระดับดังกล่าวเปลี่ยนเป็นแนวต้านสำคัญในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ จึงเป็นช่วงที่นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ทองคำยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำเพื่อการออมระยะยาว
ทองคำทำจุดต่ำสุดรอบปี
นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าวว่า การที่ราคาทองคำปรับตัวลงมาทำระดับต่ำสุดในรอบปี ถือเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวสามารถเริ่มทยอยเข้าซื้อสะสมได้ โดยปัจจุบันราคาทองคำได้ปรับตัวลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันในกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นบริเวณที่น่าสนใจและเป็นโซนที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการลงทุนระยะยาว
แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะประเมินระดับ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวรับสำคัญ แต่เมื่อราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมาแล้ว นักลงทุนจึงไม่ควรยึดติดกับแนวรับเดิมมากเกินไป โดยควรมองการปรับฐานรอบนี้เป็นโอกาสสำหรับการทยอยสะสม มากกว่าการพยายามจับจังหวะซื้อให้ได้ราคาต่ำที่สุด เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์จุดต่ำสุดของตลาดได้อย่างแม่นยำ
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ซึ่งหมายถึงผู้ที่ถือครองทองคำตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หรือประมาณ 1 ปีในลักษณะ Long-term Saving สามารถพิจารณาทยอยเข้าซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวลงได้
ติดดอยทองคำให้ถือรอ ไม่ใช่เวลาขาย
ส่วนกรณีนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ในระดับราคาสูง หรือที่เรียกกันว่าติดดอย นายแพทย์กฤชรัตน์ แนะนำว่า หากเป็นเงินเย็นและไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ยังไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรือเร่งขายในช่วงนี้ เพราะมองว่าการปรับตัวลงในปัจจุบันเป็นจังหวะที่เหมาะกับการซื้อสะสมมากกว่าการขาย
ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นจำเป็นต้องบริหารพอร์ตให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เนื่องจากราคายังมีความผันผวนและอาจเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีทองคำในพอร์ต สามารถทยอยซื้อสะสมได้เช่นกัน แต่สัดส่วนการลงทุนต้องพิจารณาจากเงินทุนที่เหลืออยู่และโครงสร้างพอร์ตของแต่ละบุคคล ไม่สามารถกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวกันสำหรับนักลงทุนทุกคนได้
3 ปัจจัยหนุน “ทองคำ” ในอนาคต
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาว นายแพทย์กฤชรัตน์มองว่ายังมีปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการถือครองทองคำ ได้แก่
- De-dollarization หรือกระแสการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก
- De-globalization หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลก จากการเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดนไปสู่การพึ่งพาตนเองและแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจมากขึ้น
- ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดคำถามถึงความสามารถในการชำระหนี้และแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการออกพันธบัตรเพิ่มเติมหรือการเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับความกังวลด้านเงินเฟ้อและภาระการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ "ทองคำ" มีโอกาสกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญอีกครั้งในระยะยาว
ทองคำกำลังสร้างฐานใหม่ จับตา 60,000 บาท
นายแพทย์กฤชรัตน์ ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศว่า ปัจจุบันตลาดกำลังอยู่ในช่วงค้นหาฐานราคาใหม่ โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนเคยมองว่าระดับประมาณ 67,000 บาทเป็นแนวรับสำคัญ
แต่เมื่อราคาปรับตัวลงมาบริเวณ 63,000 บาท แนวรับดังกล่าวไม่สามารถประคองราคาไว้ได้ และล่าสุดราคายังปรับลดลงมาทดสอบบริเวณ 62,000 บาท
สิ่งที่น่าสังเกตคือความลึกของการปรับฐานเริ่มลดลงตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังพยายามสร้างฐานราคาใหม่ โดยบริเวณ 60,000 บาทเป็นระดับที่ต้องจับตา หลังจากใช้เวลาประมาณ 10 เดือนในการสร้างฐานราคาในรอบนี้
แม้ในทางเทคนิคจะเกิดสัญญาณทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้ว มองว่าราคาที่อาจปรับลดลงเพิ่มเติมมีโอกาสไม่ลึกมากนัก จึงยังคงให้น้ำหนักกับการทยอยเข้าซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลางและระยะยาว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรแยกกลยุทธ์ให้ชัดเจนตามกรอบเวลาการลงทุน โดยผู้ที่ลงทุนระยะยาวสามารถใช้จังหวะที่ราคาปรับตัวลงทยอยซื้อสะสม ส่วนผู้ที่ลงทุนระยะสั้นควรให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตและควบคุมความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง
“ถ้าลงทุนระยะยาว ให้ทยอยเข้าซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวลง ส่วนการลงทุนระยะสั้น ต้องบริหารพอร์ตให้ดีและลงทุนตามกรอบความเสี่ยงของตัวเอง”นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าว







