
ธปท.จ่อออก 5 มาตรการคุมซื้อขายทอง-BNPL ย้ำดอกเบี้ย 1% เหมาะสม
วิทัยกางแผน ธปท. ออก 5 มาตรการใหม่ คุมซื้อขายทองคำเกิน 10 ล้านบาท ออกใบอนุญาต BNPL และกำกับ Non-Bank ปี 2570 เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-เพิ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี ยืนยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน Governor Connect A Year in Review Moving Forward เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 ว่า ธปท. เตรียมออก 5 มาตรการกำกับดูแลทางการเงินใหม่ ช่วงเดือน พ.ย. 2569 ถึง มี.ค. 2570 ควบคู่กับการปรับยุทธศาสตร์เพื่อประคองเศรษฐกิจและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าและเผชิญความเสี่ยงสะสม
5 มาตรการใหม่คุมการเงิน
ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแล 5 ด้าน ได้แก่
1.คุมซื้อขายทองคำด้วยเงินสด มูลค่าเกิน 10 ล้านบาท คาดประกาศได้ในเดือน พ.ย. 2569
2.กำกับธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) เตรียมออกใบอนุญาตใหม่ คาดประกาศเดือน ธ.ค. 2569 โดยกำหนดวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน และเพดานดอกเบี้ยไม่เกิน 15% สำหรับสินเชื่อซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เบื้องต้นคาดมีผู้ยื่นขอใบอนุญาต 7 ราย
3.ปรับลดการตรวจเครดิตบูโร คาดประกาศได้ในเดือน ธ.ค. 2569
4.ยกระดับธุรกิจ Money Changer พร้อมเตรียมเปิดโครงการ SMEs Credit Portal ช่วงเดือน ธ.ค. 2569 ถึง ม.ค. 2570 เป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมผู้ประกอบการกับผู้ให้สินเชื่อ
5.กำกับ THB Stablecoin คาดออกมาตรการได้ในเดือน มี.ค. 2570
ปี 2570 เร่งแก้หนี้-เพิ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี
สำหรับปี 2570 ธปท. จะเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและส่งเสริมการแข่งขัน รวมถึงยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจ Non-Bank ทุกประเภท
การกำกับ Non-Bank จะครอบคลุมทั้งผู้ให้สินเชื่อ ธุรกิจบริการชำระเงิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับความเป็นธรรม หลังธุรกิจกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น รูปแบบการดำเนินงานซับซ้อนขึ้น และมูลค่าสินเชื่อเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
นายวิทัยกล่าวว่า แม้เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับที่ควบคุมความเสี่ยงได้ แต่ต้องระวังเศรษฐกิจเติบโตต่ำเกินไป เพราะหากรายได้ครัวเรือนลดลงต่อเนื่อง จะกระทบความสามารถชำระหนี้ ทำให้หนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอลง จนอาจเกิดปัญหาวนซ้ำ
“ธปท.ไม่ได้มีหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่มีหน้าที่ประคองเศรษฐกิจให้เหมาะสม และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน” นายวิทัยกล่าว
ย้ำดอกเบี้ย 1% เหมาะสม พร้อมทบทวนหากเงินเฟ้อพุ่ง
ด้านนโยบายการเงิน นายวิทัยยืนยันว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ยังเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทย ซึ่งฟื้นตัวช้าและมีเงินเฟ้อต่ำกว่าประเทศอื่น โดยการตัดสินใจต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น ซึ่งช่วยปรับสมดุลเศรษฐกิจตามสถานการณ์ ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการกำหนดนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท. ยอมรับว่า การคงดอกเบี้ยต่ำกว่าต่างประเทศเป็นเวลานานอาจสะสมความเสี่ยง ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง ผลตอบแทนเงินฝากที่ลดลง และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อ
ธปท. พร้อมทบทวนทิศทางดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจฟื้นตัวร้อนแรงจนกดดันเงินเฟ้อ หรือเงินเฟ้อช่วงกลางปี 2570 ไม่ลดลงตามคาด โดยเฉพาะกรณีราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น หรือรัฐบาลลดการอุดหนุนราคาน้ำมันจนทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าประเมิน







