posttoday
Bangkok Blueprint จุดโจทย์ไทยเร่งปรับกฎหมายรับมือคริปโทฯข้ามพรมแดน

Bangkok Blueprint จุดโจทย์ไทยเร่งปรับกฎหมายรับมือคริปโทฯข้ามพรมแดน

22 ตุลาคม 2569

กรรมการ ก.ล.ต. มอง Bangkok Blueprint เป็นจุดเริ่มสร้างความร่วมมือรับมืออาชญากรรมการเงินที่ใช้ AI และสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมชี้ไทยต้องปรับกฎหมายและการกำกับดูแลให้ทันธุรกรรมข้ามพรมแดน

KEY

POINTS

  • Bangkok Blueprint สอดรับความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ไทยยังต้องเสริมมาตรการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ทางการเงิน
  • การใช้ AI และสินทรัพย์ดิจิทัลทำให้ธุรกรรมซับซ้อนและเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้รวดเร็ว
  •  พชรเสนอ 4 แนวทาง ตั้งแต่กำหนดหน้าที่ผู้กำกับดูแลให้ชัด ไปจนถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ

 

เมื่อวันที่ 22ตุลาคม 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองว่า Bangkok Blueprint ซึ่งเป็นผลจากเวที IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ เป็นสัญญาณความร่วมมือที่ดีในการรับมืออาชญากรรมทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี AI ทำให้ปัญหาขยายตัวและซับซ้อนขึ้น

กรอบความร่วมมือนี้ยังสอดรับกับอนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งไทยลงนามที่กรุงฮานอยเมื่อปีที่แล้ว แม้ไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบัน และอนุสัญญาจะมีผลผูกพันเมื่อมีประเทศให้สัตยาบันครบ 40 ประเทศ แต่ผู้ลงนามมีพันธกรณีตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (VCLT) มาตรา 18 ที่จะไม่กระทำการขัดต่อวัตถุประสงค์ของสนธิสัญญาก่อนมีผลบังคับใช้

 

นายพชรระบุว่า ไทยจึงควรส่งเสริมมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงอำนวยความสะดวกและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนความช่วยเหลือทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม โจทย์ที่ต้องทำควบคู่กันคือการรับมือธุรกรรมการเงินที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและหลีกเลี่ยงการลงโทษตามกฎหมาย

อีกประเด็นคือการระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัลประเภทหลักทรัพย์ หรือ Security Token Offering (STO) ซึ่งยังต้องรอการปรับปรุง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นายพชรมองว่า หากออกแบบกฎเกณฑ์เหมาะสม การระดมทุนด้วยเทคโนโลยีอาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ SMEs กับผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย เขาชี้ว่าธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนได้ในเวลาอันรวดเร็ว จึงท้าทายกระบวนการสอบสวน บทลงโทษ และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากระบบราชการให้น้ำหนักกับขั้นตอนมากกว่าความสามารถในการกำกับดูแล ความซ้ำซ้อนอาจลดความคล่องตัวในการจัดการปัญหา เขาเสนอให้ทบทวนบทบาทหน่วยงานกำกับดูแลและระบบยุติธรรม เพื่อให้การพิจารณาคดีเกี่ยวกับธุรกิจและการพาณิชย์มีมาตรฐานเดียวกัน

 

4 แนวทางที่นายพชรเสนอ ได้แก่ กำหนดหน้าที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ชัดและมุ่งคุ้มครองผู้บริโภค สื่อสารบทบาทของหน่วยงานให้สังคมเข้าใจ ใช้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพพร้อมทบทวนกฎที่ไม่จำเป็น และพัฒนาความเข้าใจบริบทนานาชาติเพื่อกำหนดกรอบแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

นายพชรทิ้งท้ายว่า ไทยต้องเข้าใจเทคโนโลยีเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิด และวางระบบกำกับดูแลควบคู่กับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการเงินที่น่าเชื่อถือในภูมิภาค กฎเกณฑ์จึงควรพอดีและบังคับใช้ได้จริง เพราะการกำกับที่มากเกินไปอาจกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน ขณะที่การกำกับไม่เพียงพอก็เสี่ยงทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเช่นกัน.

ข่าวล่าสุด

ซีพีแรม ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา พันธุ์พืชดั้งเดิมต้องรักษา

ซีพีแรม ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา พันธุ์พืชดั้งเดิมต้องรักษา